ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

.....บันทึกการเดินทาง เสียมเรียบ ของกิติมา จูลี่เหมย..... ตอนที่ 2

ตอนที่ 2
วันที่ 11 ตุลาคม 2556 ทุกคนตื่นนอนเช้ามืดเตรียมตัวไปสนามบินดอนเมือง เดินทางโดยสายการบินแอร์เอเชีย FD2850 กรุงเทพ เสียมเรียบ แต่ที่สนามบินเค้าเขียนว่าเสียมราฐ 


ระหว่างรอขึ้นเครื่องก็ถ่ายภาพเล่นๆกันแก้เซ็งหลายภาพเลยค่ะ นางแบบหน้าตาสดใสวิ๊งเลย  แต่ครูสายชล ไม่ยิ้มเลยนะนี่ คิดถึงใครอยู่ป่าว







เครื่องออก 10.20 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที เขียนเอกสารเข้าเมือง ยังไม่เสร็จเลย ถึงซะแล้ว เดี๋ยวค่อยมาเขียนเพิ่มที่สนามบินแล้วกัน

 






สนามบินสวยมากดูแปลกตา ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ระหว่างทางที่จะไปทานอาหารกลางวันก็นำท่วมถนนเป็น
ระยะ ๆ  แต่ไม่มากเท่ากับที่ดูจากเครื่องบินลงมา อาจจะเป็นนอกเมืองเห็นน้ำท่วมแทบมองไม่เห็นพื้นดินเลย










เป็นที่น่าสังเกตว่าที่เสียมเรียบ ส่วนใหญ่เป็นอาหารบุฟเฟ่ คงสะดวกในการให้บริการ พนักงานเพียงมาเติมอาหารเป็นระยะ เพราะนักท่องเที่ยวเยอะมาก  คณะนี้ก็ทานอาหารบุฟเฟ่ ในเมืองเสียมเรียบ อาหารก็โอเคนะ โดยเฉพาะข้าวโพด กับไอติม ชอบๆๆ อาจะเป็นเพราะหิวก็เป็นได้เพราะทานกาแฟที่บ้านญาติ ครูสุรารักษ์ ช่วงเช้ามืด และทานข้าวกล้องที่สนามบินสุวรรณภูมิ ไปนิดหน่อย หลังทานอาหารเสร็จครูสายชล ทดลองถ่ายภาพโหมดต่างๆเพื่อเตรียมความพร้อมในการท่องเที่ยวและเก็บภาพประทับใจที่เสียมเรียน 




วันที่ 11 ตุลาคม 2556 ทานอาหารเที่ยงอิ่มอร่อยกันแล้ว ก็ชมบรรยากาศระหว่างทางไปชมพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติออังกอร์ ค่าเข้าชมคนละ 12$ แลกเงินไปแค่ 31$ ประมาณพันบาทนิดๆ พิพิธภัณฑ์ดูทันสมัยดี ห้ามนำกระเป๋าใบใหญ่เข้าไปต้องเอาไปฝากที่รับฝากก่อน แบ่งเป็น 8 ห้อง คือห้องแนะนำพิพิธภัณฑ์ก่อนเข้าชม ห้องจัดแสดงพระพุทธรูป ห้องแสดงความเป็นมาของอาณาจักรขอมโบราณ ห้องจัดแสดงศาสนาและความเชื่อ ห้องแสดงพระมหากษัตริย์นักสร้างผู้ยิ่งใหญ่ ห้องแสดงปราสาทนครวัด นครธม ห้องจัดแสดงเรืาองเล่าที่ถูกบันทึกบนศิลาจารึก และห้องจัดแสดงพัตราภรณ์โบราณ ซึ่งไม่ค่อยต่างจากแฟชั่นปัจจุบัน ดูหรูกว่าด้วยซ้ำ เก่งจริงๆคนโบราณไม่ต้องไปเรียนออกแบบที่ปารีสเลย
























 

วันที่ 11 ตุลาคม 2556 ออกจากพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอังกอร์ ไปที่วัดใหมหรือวัดทไม วัดนี้เป็นที่รวบรวมกระดูก กระโหลกของผู้เสียชีวิตชาวเขมร จากน้ำมือเขมรแดง ที่เกิดขึ้นในยุคเขมรแดงที่พลพต ผู้นำเขมรแดงปกครอง และเคยใช้เป็นสถานที่ประชุม และประหารชีวิตชาวเขมรในยุคสงครามล้างเผ่าพันธุ์ ภายในวัดก็มีภาพเก่าๆให้ดูเป็นหลักฐานด้วย ครูตี๋สาธิตการสูบน้ำมาล้างมือด้วยท่อให้ดูด้วย










วันที่ 11 ตุลาคม 2556 เดินทางมาที่ศาลพระองค์เจ๊ก พระองค์จอม แลกเงินเรียลกัมพูชาจากไกด์ 200 บาท ได้มา สองหมื่นเรียล สำหรับทำบุญ ใช้ดอกไม้ธูปเทียน 2 ชุด ไหว้ศาลพระองค์เจ๊ะ-พระองค์จอม (เปรี๊ยะอองเจ๊ะ-เปรี๊ยะอองจอม) เปรียบเหมือนศาลหลักเมือง สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของเสียมเรียบ ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวนิยมมากราบไหว้สักการะ และขอพร
ตามประวัติเล่าว่า องค์เจ็กกับองค์จอม เป็นพี่น้องกัน และมีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอย่างมาก วันหนึ่งหลังจากไปทำบุญกลับไปก็นอนหลับไม่ตื่นขึ้นมาอีก บิดามารดามีความเสียใจ และอาลัยกับลูกสาวทั้งสองคนอย่างมาก จึงได้สร้างพระพุทธรูปขึ้นมาสององค์ องค์ใหญ่นามว่าองค์เจ็ก องค์เล็กเป็นน้องนามว่าองค์จอม เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของเมืองเสียมราฐ ประชาชนที่นี่ให้ความเคารพนับถืออย่างมาก
...ตรงนี้เมื่อถอดรองเท้าก็มีคนรับฝากรองเท้าด้วย ไม่กำหนดราคาให้เท่าไหร่ก็ได้...












วันที่ 11 ตุลาคม 2556 เดินทางต่อไปดูพระอาทิตย์ตกที่โตนเลสาบ โตนเลสาบ (Tonle Sap) เป็นทะเลสาบน้ำจืดซึ่งเกิดจากแม่น้ำโขง มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย เชื่อว่ามีแม่น้ำโขงไหลผ่านยาว 500 กิโลเมตร จากนั้นไหลเข้าสู่เวียดนามลงสู่ทะเลจีนใต้ นับว่าเป็นแม่น้ำนานาชาติ ระหว่างทางชมธรรมชาติข้างทาง ได้เห็นวิถีชีวิตโดยเฉพาะเรือนแพ ระหว่างนั่งเรือหนุ่มๆเค้าได้เปรียบขึ้นไปนั่งหลังคาเรือได้ชมธรรมชาติเต็มที่กว่า คงได้ภาพถ่ายสวยๆเยอะแน่เลย ระหว่างนั่งเรือตกใจมากเลยมีเรือขับแซงมาเอาเด็กเล็กๆมายืนข้างๆเรือเพื่อขอเงิน อันนี้ดีหน่อยคือมีเด็กๆมาขายของกิน เครื่องดื่ม แล้วก็มีเด็กๆมาให้บริการนวดพอให้เงินแล้วก็ไปนวดคนอื่นๆอีก ก็น่ารักดี ค่าตั๋วล่องเรือไม่ทราบราคาเท่าไหร่ ทัวร์จัดการให้ รับประทานอาหารค่ำ เป็นอาหารบุฟเฟ่ นานาชาติ อาหารให้เลือกกินไม่เยอะเท่าไหร่ ผลไม้ ก็เหมือนบ้านเรามีแตงโม สัปะรด มะม่วง ลำไย ลองกอง แปลกตรงที่ลองกองเค้าตัดที่หัวออกทุกลูก แล้วพริกเกลือกลิ่นแปลกๆ แต่รวมๆก็โอเค นอกจากนี้มีรายการแสดงรำด้วยไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่นักแสดงชุดเดิม ใช้เวลาเปลี่ยนเครื่องแต่งกายการแสดงชุดใหม่นานไปหน่อย บอกตรงๆสวยสู้รำของเด็กสร.ไม่ได้ค่ะและเข้าที่พักที่ CIty Angkor Hotel www.cityangkorhotel.com
















 







โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตอนที่ 1 เดินทางเลห์ ลาดักห์ ประเทศอินเดีย 7-15 เมษายน 2560 (7-9 เมษายน 2560 เดินทาง โกลกัตตา-นิวเดลี-เลห์)

ตอนที่ 1 เดินทางเลห์ ลาดัก ประเทศอินเดีย (เตรียมพร้อมก่อนเดินทาง เดินทางจากสุราษฎร์ธานี-สนามบินดอนเมือง-สนามบินสุวรรณภูมิ - สนามบินกัลกัตตา Kolkata I -สนามบินนิวเดลลี)
ตอนที่ 1 ตอนที่ 2ตอนที่ 3ตอนที่ 4ตอนที่ 5ตอนที่ 6

ก่อนเดินทางไปเลห์ ลาดัก ประเทศอินเดีย สิ่งแรกก็ต้องศึกษาข้อมูลเบื้องต้นก่อนก็คือดูว่าอยู่ส่วนไหนของประเทศอินเดีย ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่เดินทางไปอินเดีย ครั้งแรกไปสิกขิมอยู่ทางเหนือของอินเดีย อยู่ระหว่าเนปาลกับภูฎาน แต่เลห์ ลาดัก จะขึ้นไปทางเหนือของอินเดียมากกว่าสิกขิม เลยเมืองนิวเดลี ขึ้นไป ทางด้านปากีสถานดูแผนที่ด้านล่างประกอบนะคะ




ต่อมาก็เริ่มศึกษาจากรีวิว เลห์ ลาดักห์ จากหลายๆแหล่ง มีเยอะมากแสดงว่าคนนิยมมาเที่ยวที่นี่ โดยเฉพาะจาก YouTube ชอบหลายคลิป โดยเฉพาะของรายการคนค้นคน...และของรายการ Travel Channel Thailand ช่วงนี้ว่างเป็นต้องชมคลิป เลห์ ลาดักห์.....เพื่อความสะดวกในการชมคลิปขอนำมาแปะที่หน้าบล็อกนี้เลย.....นี่ขนาดยังไม่ได้เดินทางไปนะคะยังฟินขนาดนี้.....😍😍

คนค้นฅน : ดินแดนแสนเสน่ห์ เลห์ ลาดักห์ (1) 







คนค้นฅน : ดินแดนแสนเสน่ห์ เลห์ ดาลัก (2) 







Travel Channel Thaila…

ท่องเที่ยวดาร์จีลิ่ง สิกขิม ประเทศอินเดีย ตอนที่ 1

ตอนที่ 1ตอนที่ 2ตอนที่ 3

ตอนที่ 1 เดินทางมา ดาร์จิลิ่ง กังต๊อก
ตอนที่ 2 กังต๊อก หมู่บ้านลาชุม หุบเขาชุมถัง
ตอนที่ 3 กังต๊อก ทะเลสาบฌางโก เดินทางกลับ

วันที่ 2-10 พฤษภาคม 2558


สิกขิม Sikkim เป็นรัฐที่เล็กที่สุดรองจากรัฐกัวหรือโคอา ในประเทศอินเดีย มีพื้นที่ทั้งสิ้น 7,098 ตารางกิโลเมตร มีเมืองหลวงชื่อ กังต๊อก Gangtok สิกขิม มียอดเขาที่สูงที่สุดคือ ยอดเขาคันชังจุงก้า Khangchendzonga เดิมมีความสูงถึง 8,598 เมตร สูเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากยอดเขาเอเวอร์เรสที่สูง 8,848 เมตรและยอดเขาเคทูที่สูง 8,611เมตร
ตอนที่ 1 วันที่ 2-3 พฤษภาคม 2558  สุราษฎร์ธานี  กัลกัตตา บักโดรา ดาร์จิลิ่ง กังต๊อก เดินทางจากสนามบินนานาชาติสุราษฎร์ธานีโดยส่ยการบิน Thai Lion Air เที่ยวบิน JT 8567
 เครื่องดีเลย์เกือบชั่วโมง ได้ออกเดินทางประมาณ 17.50 น ถึงสนามบินดอนเมือง 19.00 น.ต่อด้วย Shuttle Bus. ไปสุวรรณภูมิ เที่ยวนี้คนไม่เยอะ อากาศก็ไม่ร้อน รถก็ไม่ติดไม่เหมือนคราวที่แล้วที่ไปเกาหลีอากาศร้อนแอร์ไม่เย็นแถมรถติดอีก  จากนั้นก็ไปพร้อมกันที่ชั้น 4 ประตู 5 ระหว่างนี้ก็ไปแลกเงินที่ธนาคารไทยพานิชย์ ได้ในอัตรา 1 รูปีเงินไทย 0.607 บาท แต่ถ้…

ตอนที่ 3 บันทึกการเดินทางฮ่องกง เซินเจ้น จูไห่ มาเก๊า วันที่ 8-12 ต.ค.55

บันทึกการเดินทางฮ่องกง เซินเจ้น จูไห่ มาเก๊า วันที่ 8-12 ต.ค.55

วันที่ 7-8 ตุลาคม 2555 เดินทางถึงสนามบินฮ่องกง
วันที่ 9 ตุลาคม 2555  โอซีทีอีสท์เซินเจิ้น มาบุญครองเชินเจิ้น 
วันที่ 10 ตุลาคม 2555   หวีหนี่ วัดไป๋เหลี่ยน ตลาดกงเป่ย จูไห่
วันที่ 11 ตุลาคม 2555 ร้านผ้าไหม ตลาดกงเป่ย มาเก๊า
วันที่ 12 ตุลาคม 2555 มาเก๊า ฮ่องกง

วันที่ 10 ตุลาคม 2555 วันนี้ก็ใช้สูตรเดิมค่ะ 6 7 8 ส่วนใหญ่ถ้าเดินทางกับครูพรรณี จะใช้สูตรนี้ตลอดครูพรรณีบอกว่าจะได้พักผ่อนเต็มที่ทำให้ทุกคนสดชื่นไม่เหนื่อย วันนี้เดินทางสู่จูไห่ ทุกคนเตรียมพร้อม Check Out โรงแรมเรียบร้อย เก็บภาพถ่ายเป็นที่ระลึกก่อนเดินทางกันเล็กๆน้อยๆ





ระยะทางจากเซินเจ้น ถึงจูไห่ 64.71 Km ระหว่างทางก็แวะซื้อเครื่องดื่มกัน จริงๆก็ไม่ได้หิวหรือกค่ะ ซื้ออยากจะได้ใช้เงินหยวนบ้างล่ะ ตั้งแต่มาถึงเมือจีนยังไม่ได้ Shopping อะไรเลยนะนี่ ที่เชินเจ้นก็ไม่ได้ซื้ออะไร ต้องต่อรองราคาเยอะมาก แค่ช่วยต่อรองซื้อของให้พี่ๆ เหนื่อยมากๆกว่าจะได้ของซักชิ้น เอวันนี้เราจะได้ซื้ออะไรบ้างมั๊ยนะ เมืองจูไห่ เขตเศรษฐกิจพิเศษ 1 ใน 5 ของประเทศจีน "จูไห่" ได้รับยกย่องจากสหประช…