วันแรกของการเดินทางจาก Thailand To UK (20 วันใช้ชีวิตในต่างแดนประเทศอังกฤษที่แสนประทับใจ)


วันแรกของการเดินทางจาก Thailand To UK
(20 วันใช้ชีวิตในต่างแดนประเทศอังกฤษที่แสนประทับใจ)

วันที่ 10-11 ตุลาคม 2557 ตื่นเช้าตั้งแต่ตี 5 จัดเตรียมกระเป๋าอีกครั้งอิอิ...3 ใบเลยนะนี่ เยอะจัง จะซื้อของอะไรมาได้บ้างนะนี่เกือบ 30 kg.แล้วนะนี่ 

 ใบใหญ่ใส่เสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัว มีพวกยาสระผม ครีมนวดผม ครีมล้างหน้า เครื่องสำอาง แบ่งใส่ขวดเล็กๆจะได้ไม่กินพื้นที่ ที่ขาดไม่ได้อีกอย่างก็คือ อุปกรณ์หนีบผมและโรลม้วนผม ไปอยู่ที่โน่นคงต้องทำผมเองไม่ทราบจะโอเคป่าว ใส่เสื้อกันหนาวไป 2 ตัว เต็มกระเป๋าเลยที่ขาดไม่ได้อีกอย่างก็คือหมวกเตรียมไปหลายใบเลยของชอบน่ะ ใบนี้ชั่งที่สนามบินสุราษฎร์ธานี. 20 kg แต่ซื้อน้ำหนักของ Nok Air เพิ่มอีก 10 kg แล้วล่ะ 

ใบเล็กสำหรับใส่เอกสารประชาสัมพันธ์กิจกรรมและของใช้ส่วนตัว อุปกรณ์สายต่างๆ Power Bank. กล้องถ่ายรูป Samsung. อุปกรณ์แต่งชุดๆไทย พี่หมูพี่สาวคนโต เตรียมอุปกรณ์ให้เต็มที่สงสัยกลัวน้องสาวจะไม่สวย หนับหนุนน้องดีแท้. 

 อีกใบก็คือเป้คู่ใจ ไปไหนก็ขาดใบนี้ไม่ได้ เพราะว่าเบามาก ใส่ iPAD. เสื้อกันหนาวสำรองได้อีกตัวนึง กระเป๋าสพายอีกใบสำหรับใส่ passport และ Boarding Pass ที่ต้องติดตัวตลอดเวลา 




ออกจากบ้านประมาณ 6.00 น.ถึงสนามบิน 6.40 Checkin ทานอาหารเช้าแบบเบาๆ เครื่องออก 7.40 ถึงสนามบินดอนเมือง 8.40 ครูอี๊ด พานั่ง Airport Link อยู่บริเวณประตู 5 เป็นครั้งแรกที่นั่ง Airport Link. ปกติมา กทม.ทุกครั้งหลานสาว น้องเกล็ดทราย จะมาบริการทุกครั้ง ได้เริ่มเรียนรู้ตั้งแต่ก้าวแรกเลยนะนี่. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมกันที่ Row U. Gate.9 ผู้ปกครองฝากเงินให้กับเด็กๆเพิ่มเติม ต้องใสซอง ปิดซองและเขียนจำนวนเงินไว้ด้วย ครูกิตต้องรักษาเงินของเด็กๆ เยอะอยู่นะนี่ ภาพความประทับใจคือคุณพ่อ คุณแม่ คุณยาย. ญาติๆ ของเด็กๆมากันพร้อมหน้า ฝากฝังให้คุณครูดูแลเด็กๆเป็นการใหญ่หลังจาก Check in เรียบร้อย ก็รวมพลถ่ายภาพหมู่กันเด็กๆรู้สึกว่าจะเกร็งกันมากเลย ยืนตัวแข็ง หน้าเครียดเชียว กว่าจะได้ภาพ action สวยๆ 



 ทุกคนเตรียม Passport กับเอกสาร Immigration เซ็นชื่อให้หมือนกับ Passport ด้วย มี 2 ส่วนคือส่วนขาออก อีกส่วนสำหรับขาเข้า ใช้เฉพาะส่วนขาออกนะคะ อีกส่วนเก็บไว้ หลังจากนั้นก็เดินไปชั้น 2 เพื่อ X-ray ครูอี๊ดเดินนำหน้า นักเรียน 24 คน ครูกิตเดินปิดท้าย X-ray เรียบร้อยเดินกลับมาที่ชั้น 1 อีกครั้งเพื่อผ่าน The Immigration ดูที่ป้ายนะคะต้องเดินไปที่.Thai. นะคะ เด็กๆบางคนก็เผลอเดินไปที่ Foriegn.ไปเหมิอนกัน การตรวจของ Immigration ใช้แบบอัตโนมัติมีเจ้าหน้าที่อยู่ใกล้ๆ ยื่นเฉพาะ Passport กับเอกสาร Inmigration ขาออก หลังจากนั้นเดินเข้าไปในช่องให้ยืนบนสัญลักษณ์เท้าและตามองกล้องเพื่อถ่ายภาพ หลังจากนั้นใช้นิ้วชี้แตะที่ปุ่มสีเขียวเพื่อเปิดช่องทางเดิน 






 รวมพลกันที่ F4 เพื่อรอขึ้นเครื่อง 13.30 เพื่อไป บรูไน เครื่องเล็กเหมือนเครื่องในประเทศเลย มีบริการอาหารก็พอทานได้เพราะหิวมั๊ง เดินทาง 2 ชั่วโมงกว่าๆ เมื่อถึงบรูไนเราต้องปรับเวลาให้เร็วขึ้นอีก 1 ชั่วโมง ถึง Brunai เวลา 17.00 เพื่อเปลี่ยนเครื่องไป.London นั่งรอประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าขึ้นเครื่องเวลา 19.55










 และเครื่องจะแวะที่ Dubai เพื่อเติมน้ำมัน เวลาที่ Dubai ช้ากว่า Brunai. 4. ชั่วโมง เครื่องใหญ่ความพร้อมของอุปกรณ์ ถือโอกาส Charge แบ็ตมือถือซะด้วยเลย ถึงสนามบิน Dubai ประมาณเที่ยงคืนกว่าๆ ดูจากเวลา Dubai ซึ่งพวกเราต้องลงจากเครื่อง ตอนแรกก็งงๆว่าต้องลงหนือไม่ สรุปว่าลงและไม่ต้องเอาสัมภาระลง เดี๋ยวก็ขึ้นมาอีก แต่ต้องเอา Passport และ Boarding Pass ลงไปด้วย ต้องเดินไปที่ Transfer และ X-ray ก่อนและรอขึ้นเครื่องที่ C7 เกิดปัญหากับนักเรียนอยู่คนนึงที่ไม่ได้นำ Passport และ Boarding Pass ลงมาด้วย ดีนะที่เด็กจำได้ว่าวางไว้ตรงไหนเจ้าหน้าที่เลยไปเอามาให้เวลา.ออกเดินทาง 2.05 





ระหว่างเดินทางแอร์โฮสเตส ก็นำเอกสาร Immigration สำหรับเข้าประเทศให้เขียนทยอยเขียนกันจนเสร็จเรียบร้อย ประมาณ 7 ชั่วโมงก็ถึงสนามบิน Heathrow,London ประมาณ 6.00 เวลาใน London นะคะ งง กับเวลามาก ระหว่างเดินทางต้องปรับนาฬิกาตลอดเลยล่ะค่ะ เป็นการเดินทางที่ระยะทางเป็นหมื่นๆกิโลเมตรเลยค่ะเหนื่อยแต่ก็ตื่นเต้นนิดหน่อย.....ถึง UK.แล้วเย้ๆๆๆๆ








โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ท่องเที่ยว ณ JEJU เกาหลีใต้

ตอนที่ 1 เดินทางเลห์ ลาดักห์ ประเทศอินเดีย 7-15 เมษายน 2560 (7-9 เมษายน 2560 เดินทาง โกลกัตตา-นิวเดลี-เลห์)

ตอนที่ 4 เดินทางเลห์ ลาดักห์ ประเทศอินเดีย 7-15 เมษายน 2560 (12 เมษายน 2560 LEH)