วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ตอนที่ 4 ท่องเที่ยวย่างกุ้ง พุกาม วันที่ 21-25 ตุลาคม 2558

ท่องเที่ยวย่างกุ้ง พุกาม วันที่ 21-25 ตุลาคม 2558
 วันที่สี่ วันที่ห้า  วันที่ 24-25  ตุลาคม 2558 พุกาม ย่างกุ้ง กรุงเทพ สุราษฎร์ธานี

ตอนที่ 1  ตอนที่ 2  ตอนที่ 3  ตอนที่ 4

นอนห้องนี้มา 2 คืนไม่ได้สังเกตุว่าในห้องเค้าใช้ ผ้าลุนตยา ของพม่า มาใส่กรอบประดับในห้องนอนด้วย 
ขอถ่ายภาพเป็นที่ระลึกซักหน่อย




เช้านี้พวกเรานัดกับรถม้าไว้ว่าจะนั่งรถม้าไปเที่ยวที่ตลาดและชมวิถีชีวิตของชาวพุกามกัน รถม้ามายังไม่ครบ 5 คันที่จองไว้เลยต้องรอให้พร้อมกันก่อน ระหว่างนี้ก็ถ่ายภาพเล่นกันก่อน นั่งรถม้ากันเป็นขบวนสนุกดี





ม้าตัวนี้สวยมาก ตัวโตสง่า มีแต่งตัวสวยงามด้วย ขอโพสภาพกับน้องม้าซักหน่อย


ที่ตลาดเช้ามีแม่ค้าขายของกิน หลายอย่าง ได้แต่เดินดูไม่ได้ซื้อหรอกค่ะ




เช้าๆ ถือโอกาส ซื้อดอกไม้ไปสักการะเจดีย์ทองกัน น้ากิตเลือกดอกมะลิ ส่วนน้องพลอยเลือกดอกบัวค่ะ










ถึงเวลาก็เดินทางกลับแล้วล่ะ ไปกลับใช้เวลา 1 ชั่วโมง นอกจากจะได้ถ่ายภาพให้กับรถม้าคันอื่นๆแล้ว ได้ถ่ายภาพวิถีชีวิตชาวพุกามกัน รถม้าคันที่พวกเรานั่งอยู่เป็นคันสุดท้าย โชเฟอร์ก็ถามตลอดว่าเราจะหยุดถ่ายภาพอีกมั๊ย พอจะถ่ายภาพเค้าก็จะชลอรถให้เราถ่ายภาพตลอดเลย 




ภาพชาวบ้านรอตักบาตร เตรียมของตักบาตรไว้เยอะเชียว


ระหว่างทางก็เจอพระ และเณร บิณฑบาตรตอนเช้าเป็นขบวนยาวเลย รถม้าหยุดรอจนพระเดินผ่านไปทั้งหมด






ก่อนไปทานอาหารเช้าที่โรงแรมได้ถ่ายภาพกับโชวเฟอร์รถม้าเป็นที่ระลึกค่ะ


กลับมาถึงโรงแรมได้เวลารับประทานอาหารเช้าที่ดาดฟ้าโรงแรมและชมธรรมชาติรอบๆ ก็ยังสวยงามเหมือนเดิม ดีหน่อยวันนี้เค้าเอาร่มมากางให้ ค่อยดีหน่อย 


ได้เวลาเดินทางไปสนามบินยวงอู (Nyaung U) เมืองพุกาม เช็คอินเรียบร้อย เค้าให้สติกเกอร์สายการบินติดที่หน้าอกเสื้อกันทุกคน ขากลับทราบเหตุผลแล้วว่าทำไมเค้าถึงให้ติดสติกเกอร์ และได้รับตั๋วที่ไม่มีหมายเลขที่นั่ง ขึ้นเครื่องแล้วทุกคนต้องหาที่นั่งได้ตามสะดวกเลยค่ะ ระหว่างรอขึ้นเครื่องก็เดินดูของที่ระลึกที่สนามบิน ได้เสื้อยืดสีแดงมา 1 ตัวไปเที่ยวที่ไหนก็อดไม่ได้ที่จะซื้อเสื้อยืดเป็นที่ระลึก








ขึ้นเครื่องมีเสริฟอาหารว่างด้วยค่ะ






เดินทางถึงสนามบินย่างกุ้ง เวลา 11.25 น.




รถติดมากเลย กว่าจะถึง Friendship Restaurant เพื่อรับประทานอาหารกลางวัน  ห้องแอร์เย็นสบาย อาหารอร่อย ทานซะเกือบจะเกินอิ่ม รู้สึกหายเหนื่อยจากการเดินทางเลยล่ะ


















รับประทานอาหารกลางวันเสร็จ กว่าจะฝ่ารถติดมาที่ตลาดสกอตต์ได้ มีเวลา 1 ชั่วโมงที่ตลาดสกอตต์ รีบเลือกรีบซื้อ ได้มานิดหน่อยพอเป็นที่ระลึกว่าได้ซื้อของที่ระลึกจากย่างกุ้งค่ะ









ซื้อของเสร็จเราต้องมายืนรอรถ เค้าปิดประตูไว้ คนที่รอรถต้องครบก่อนเค้าถึงจะเปิดกุญแจให้ไปขึ้นรถได้ก็ดีเหมือนกัน ตรงนี้เลยไม่วุ่นวาย 




ได้ผ้าซิ่นมาแค่ 3  ผืนเอง อิอิ ต้องถามพ่อค้าว่าเป็นของที่ไหน เพราะอยากได้ผ้าของพม่า ไม่งั้นอาจจะได้ผ้าจากที่อื่น พ่อค้าบอกว่าเป็นของพม่าก็เชื่อเพราะเราก็ไม่ใช่กูรูเรื่องผ้าพม่าด้วยซิ ที่ตลาดสก๊อตใช้เงินไทยซื้อได้เลยค่ะเลยใช้ทั้งเงินไทยและเงินจ๊าด รวมๆกันไม่อยากให้เหลือเงินจ๊าดไว้ เก็บไว้พอเป็นที่ระลึกก็พอ




หลังจากนั้นก็ไปที่โรงแรม เอาของไปไว้ก่อน ยังไม่ได้ Check in เพราะเดี๋ยวรถจะไปส่งที่เจดีย์ชเวดากอง (Shwe Dagon Paya) แล้วรถจะกลับ แล้วมารับพวกเราไปส่งสนามบินพรุ่งนี้ ตอนแรกวางแผนว่าจะใส่ผ้าถุงและเสื้อที่เตรียมมาจากเมืองไทยไปที่เจดีย์ชเวดากอง แต่โอกาสไม่อำนวยเลยไม่ได้เปลี่ยน ได้อ่านในรีวิวที่เค้ามาเที่ยวกัน เค้าจะใส่ผ้าถุงสวยๆ จะได้กลมกลืนกับชาวเมียนมาร์ค่ะ 




หลังจากนำของไปฝากไว้ที่โรงแรมแล้วก็มุ่งตรงไปยังวัดงาทัตจี (Nga Htat Gyi) แต่รถติดมากยืนยันด้วยภาพด้านล่าง 



วัดงาทัตจี (Nga That Gyi Pagoda)  มีพระพุธรูปองค์ใหญ่ หลวงพ่องาทัตจี แปลว่า หลวงพ่อที่สูงเท่าตึก 5 ชั้น เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่แกะสลักจากหิผผผผนอ่อน ทรงเครื่องแบบกษัตริย์  เครื่องทรงเป็นโลหะ ส่วนเครื่องประกอบด้านหลังจะเป็นไม้สักแกะสลักทั้งหมด และสลักป็นลวดลายต่างๆ จำลองแบบมาจากพระพุทธรูปทรงเครื่องสมัยยะตะนะโบง (สมัยมัณฑเลย์)  
อ้างอิงข้อมูล : http://www.oknation.net/blog/happycondo/2014/12/24/entry-2

พอลงจากรถทุกคนตัดสินใจเอารองเท้าไว้บนรถแล้วเดินเท้าปล่าวกัน เป็นทางเดินขึ้นเป็นปูนซีเมนต์เกือบ 100 เมตรเดินสบายๆ ปวดเท้าเล็กน้อยพอทนได้ วันหลังๆพวกเราเริ่มเคยชินกันการเดินเท้า
ปล่าวกันแล้วล่ะ







วัดเจ๊าทัตจี (Chaukhtatgyi Paya Pagoda) พระตาหวานพระพุทธไสยาสน์เจาทัตจี หรือที่คนไทยนิยมเรียกว่า พระนอนตาหวาน เพราะมีพระเนตรงดงาม ที่ทำจากแก้วซึ่งสั่งผลิตพิเศษจากประเทศญี่ปุ่น พร้อมทั้งบริเวณปลายพระบาท มีรูปอัฏจตุรสตกมงคล 108 ประการ พระพุทธไสยาสน์องค์นี้มีความยาว 70 เมตร เป็นหนึ่งในพระนอนใหญ่ที่สุดของพม่า
อ้างอิงข้อมูล :http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=aerides&date=08-10-2013&group=68&gblog=7




ด้านข้างจะมีพระพุทธรูปอีกมากมาย



เดินตรงไปทางด้านข้างจะมีพระพุทธรูปจากประเทศไทยอีกเป็นร้อยๆองค์เลยค่ะ





เจดีย์ชเวดากอง (Shwe Dagon Paya) พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง ตั้งอยู่บริเวณเนินเขาเชียงกุตระ เมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า โดยชื่อ "ชเว" หมายถึง ทอง "ดากอง" นั้นเป็นชื่อเดิมของเมืองย่างกุ้ง เชื่อกันว่าเป็นมหาเจดีย์ที่บรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าจำนวน 8 เส้น บนยอดสุดของพระเจดีย์ มีเพชรอยู่ 5,448 เม็ด ชั้นข้างบนสุดมีเพชรเม็ดใหญ่อยู่ 76 กะรัต และทับทิม 2,317 เม็ด มีมรกตเม็ดใหญ่อยู่ตรงกลาง เพื่อรับลำแสงแรกและลำแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์  ผู้ที่เข้ามานมัสการหรือเยี่ยมชมจะต้องถอดรองเท้าทุกครั้ง
อ้างอิงข้อมูล : https://th.wikipedia.org/wiki/พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง

รถมาส่งตรงที่จอดรถเพื่อให้พวกเรามาขึ้นลิฟท์ คนเยอะมากยืนเบียดกันเลย ส่วนรองเท้าตอนนี้ทุกคนจะต้องถือติดตัวไว้เพราะตอนขากลับเราจะไม่ได้ออกทางนี้ นัดกันว่าจะออกทางประตูทิศตะวันออก





เดินออกจากลิฟท์ชั้น..............มีพ่อค้าแม่ค้าขายดอกไม้มากมาย จริงๆก็ควรซื้อจากตรงนี้เลยสะดวกที่สุด เพราะเข้าไปด้านในหาที่ซื้อไม่ได้เลยค่ะ ไม่เห็นว่าเค้าขายตรงไหนอีก เดินเข้ามาก็จะเห็นต้นโพธิ์และชาวบ้านนั่งกันบนพื้นใต้ต้นโพธิ์



เดินเข้ามาสวยงามตระการตาไม่ทราบจะถ่ายภาพจุดไหนดี สวยโดดเด่นไปหมดเลย เดินไปรอบๆ คนเยอะมากทั้งคนเมียนมาร์เองและนักท่องเที่ยว เสียดายจังถ้าได้แต่งชุดที่เตรียมมาจากเมืองไทยคงได้ภาพสวยๆแน่เลย









หนุ่มๆ สาวๆ เค้าจะทำกิจกรรมกวาดขยะ ยืนเป็นหน้ากระดานกวาดมาพร้อมๆกัน ดูแต่ละคนมีความสุขและสนุกสนานกับกิจกรรมนี้มากเลย





เดินไปเรื่อยๆ พอค่ำยิ่งสวยขึ้นอีกเพราะได้แสงไฟ ทำให้เจดีย์เหลืองตระการตากว่าที่เห็นตอนกลางวันมากเลย แสดงว่าถ้ามาที่ยวที่เจดีชเวดากอง ควรมาตอนเช้าที่ยังมีแสงไฟ หรือไม่ก็ตอนค่ำจะสวยมากๆ เดินไปกีรอบๆก็ไม่เบื่อ






พอถึงเวลานัดที่ประตูทิศตะวันออก พวกเราไปก่อนเวลานัดครึ่งชั่วโมง น้าวัชรินทร์ มาบอกว่าพวกเรากำลังดูแสงสีต่างๆที่ยอดเจดีย์ แปลกมากให้เราไปรวมกับคณะที่นั่น พอไปถึงจุดที่เค้าดูกันจริงๆด้วย ยืนแต่ละตำแหน่งแสงที่เห็นบนยอดเจดีย์เป็นสีแตกต่างกันไปจริงด้วย Amazing มากๆ ขอบคุณน้าวัชรินทร์ มากๆ ที่มาบอก ไม่เคยทราบมาก่อนเลยค่ะ ตรงจุดนี้จะเป้นจุดที่ตากล้องตั้งกล้องถ่ายภาพจุดนี้กันเยอะเลย



เมื่อถึงเวลานัดพร้อมกันแล้ว เดินลงมาทางประตูทิศตะวันออก ลงบันได ดีนะที่เค้าทำเป็นช่วงๆเดิน
เพลินๆก็ถึงแล้ว ทางลงนี้มีร้านขายสินค้าต่างๆเยอะมาก พวกเราคงเหนื่อยล้ากันมากไม่ค่อยจะเห็นใครสนใจสินค้าแล้วสนใจมาหาที่นั่งรอรวมพลสมาชิกเพื่อจะเดินกลับไปยังโรงแรม



ช่วงเดินกลับโรงแรมเราเดินกันมาคณะใหญ่ อุยแต่น่ากลัวมากรถขับเร็วมากๆ จะข้ามถนนก็ยากมาก น่ากลัวจริงๆ แต่ก็กลับมาถึงโรงแรม Clover Hotel กันโดยสวัสดิภาพทุกคน Check in เข้าพักกันเห็นห้องพักแล้วหายเหนื่อยเลย เค้าจัดห้องพักสีที่ชอบๆๆๆ จัดเป็นมุมต่างๆน่ารักดี ห้องน้ำก็กว้างดีมาก ที่ดีกว่านั้นก็คือ สัญญาณ Wifi ดีมาก ตั้งแต่เข้ามาย่างกุ้ง และพุกาม วันนี้เป็นวันที่สัญญาณอินเทอร์เน็ตดีที่สุด 

คืนนี้รับประทานอาหารค่ำที่ห้องอาหารโรงแรม สุดยอดอีก มองเห็นเจดีย์ชเวดากองจากที่นี่ได้สวยงามอีกค่ะ อาหารก็อร่อย มาทริปนี้อาหารอร่อยตั้งแต่มื้อแรกเลย ขอบคุณพี่ตู่ค่ะที่เลือกสรรแต่สิ่งดีๆมาให้ 









รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม วันนี้เดินทางไกลขอทานอาหารเช้าน้อยๆดีกว่าเดี๋ยวแน่นท้อง ก่อนออกโรงแรมพี่ตู่ก็ให้ทางโรงแรมจัดข้าวกล่องสำหรับอาหารกลางวันให้ทุกคน



รับประทานอาหารเช้า





จากโรงแรมมาถึงสนามบินย่างกุ้ง Check in เรียบร้อยนั่งเล่นกัน บ้างก็ถ่ายภาพที่ภาพวาดที่ผนังสวยดีตอนแรกคิดว่าออกมาเป็นภาพน่าจะไม่สวยพอถ่ายภาพมาแล้ว็สวยดี ฉากสวยน่ะค่ะ









หลังจากนั้นก็เดินขึ้นไปชั้น 2 มีของขายเยอะมาก Shopping กันสนุกสนานเลยมีของให้ซื้อเยอะมาก ราคาอาจจะสูงกว่าที่ตลาดแต่ก็เห็นต่อรองกันได้นะคะ



พอใกล้เวลาก็ผ่านด่าน ตม.เพื่อรอเดินทางจากสนามบินย่างกุ้งมาสนามบินนานาชาติดอนเมือง 
ด้วยสายการบิน Air Asia





เดินทางกลับสุราษฎร์ธานีด้วยสายการบิน Lion Air เครื่องดีเลย์เป็นชั่วโมงเลย จากกำหนดเดิม 18.25  แถมเปลี่ยน Gate อีกจาก Gate 41 ไป Gate 71 



กลับถึงสุราษฎร์ธานีโดยสวัสดิภาพ ประทับใจกับทริปนี้มากมายค่ะ มีโอกาสจะมาใหม่นะคะเมียนมาร์


ตอนที่ 5 เดินทาง 3 แคว้นแดนอินเดีย (จ๊อดปูร์ จัยปูร์ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง สุราษฎร์ธานี) 14-16 กรกฎาคม 2560

ตอนที่ 5 การเดินทาง 3 แคว้น แดนอินเดีย (จ๊อดปูร์ จัยปูร์ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง สุราษฎร์ธานี) 14-16 กรกฎาคม 2560 ส่วนนำ    ตอนที่ 1    ตอนที่...