ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

I Love Surat Thani. เกาะเต่า อ.เกาะพงัน วันที่ 16 - 17 กรกฎาคม 2559


I Love Surat Thani. เกาะเต่า .เกาะพงัน .สุราษฎร์ธานี วันที่ 16 - 17 กรกฎาคม 2559

ก่อนเขียนบันทึกการเดินทางขอให้ข้อมูลพื้นฐานของเกาะเต่าก่อนนะคะ เพื่อความเข้าใจ เนื่องจากการเดินทางต้องขึ้นรถลงเรือหลายต่อมากๆๆ จากภาพด้านล่างในทะเลอ่าวไทยจะเห็นเป็นพื้นที่เล็กๆด้านบนสุด คือ เกาะเต่า -->  เกาะพะงัน --> เกาะสมุย  (อยู่ระหว่างเขตพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี กับจังหวัดชุมพร) ถ้าดูจากแผนที่การเดินทางจาก จังหวัดชุมพร จะใกล้กว่า อยู่ห่างจากชายฝั่งของจังหวัดชุมพรประมาณ 74 กิโลเมตร ห่างจากชายฝั่งของจังหวัดสุราษฎร์ธานีประมาณ 110 กิโลเมตร 

คณะที่เราตัดสินใจเดินทางโดยเรือเร็วลมพระยา 
ตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์นี้นะคะ http://www.lomprayah.com/






เกาะเต่า เป็นเกาะในอ่าวไทย อยู่ในเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานี เกาะมีรูปร่างโค้งเว้าเหมือนกับเมล็ดถั่ว เกาะตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะพงัน ห่างประมาณ 45 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 21 ตารางกิโลเมตร อยู่ห่างจากชายฝั่งของจังหวัดชุมพรประมาณ 74 กิโลเมตร ห่างจากชายฝั่งของจังหวัดสุราษฎร์ธานีประมาณ 110 กิโลเมตร 



เกาะนางยวน อยู่ในเขตพื้นที่อำเภอเกาะพงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประกอบด้วยเกาะขนาดเล็ก 3 เกาะซึ่งเชื่อมต่อกันด้วยสันทรายในลักษณะเหมือนทะเลแหวก เป็นแหล่งดำน้ำชมปะการังอีกแห่งหนึ่ง เกาะนางยวนเป็นสมบัติของกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ปัจจุบันถูกเช่าและดำเนินการโดยนางยวน ไอส์แลนด์ ไดว์ รีสอร์ท  เกาะนางยวนตั้งอยู่บริเวณทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะเต่า ห่างกันประมาณ 480 เมตร 


นัดพร้อมกันที่โรงเรียนสุราษฎร์พิทยา 6.30 น. ไปถึงน้องโอ๋ ไกด์ที่จะนำพวกเราไปรออยู่แล้ว สโลแกนการเดินทางครั้งนี้คือ สบายๆสพายเป้ กับทริปเกาะเต่า 2 วันกับ 1 คืน มันค่อนข้างโหดเพราะเวลาหมดไปกับการเดินทางเหลือเวลาให้ได้อยู่กับธรรมชาติที่เกาะเต่าและดำน้ำ ที่เกาะนางยวน น้อยมาก แต่ที่ทุกคนมีความตั้งใจในการเดินทางในครั้งนี้ด้วยความรักและความผูกพันที่ทุกคนมีให้กับท่านรองจันทรา ศรีสุข ที่จะเกษียณอายุราชการในปี 2559 นี้ จึงรวมตัวกันได้อย่างรวดเร็ว พบกันเช้าวันที่ 16 กรกฎาคม 2559 ด้วยหน้าตาที่สดชื่น 

เดินทางด้วยรถบัสโรงเรียนถึงท่าเรือเร็วลมพระยา ดอนสัก  เรือออกจากท่าเรือเร็วลมพระยาดอนสัก เวลา 10.10 น.ถึงเกาะเต่าเวลา 14.15 น. ค่าเรือคนละ 600 บาท แต่เดินทางจริงจะต้องเปลี่ยนเรือที่เกาะพงันประมาณ 1 ชั่วโมง

ช่วงเวลานี้อากาศดี ท้องฟ้าสวยมาก เป็นเวลาที่เหมาะแก่การถ่ายภาพเชียวล่ะ ได้ภาพถ่ายเยอะเลยค่ะ มีตากล้องมือโปร อ.ทวัต ถ่ายภาพปุ๊บ แชร์ปั๊บทันใจดีจริงๆ มุกเยอะมากนางแบบอย่าหลงทางเชียวนะ























น้องโอ๋ซื้อตั๋วมาให้ ทุกคนจะได้ตั๋ว 1 ใบ สติ๊กเกอร์ติดเสื้อ และริบบิ้นสีแดง 1 เส้น ครั้งแรกก็งงๆ ว่าทำไมต้องให้อะไรมาเยอะแยะเลย พอจะขึ้นเรือเท่านั้นล่ะ อ๋อ เลย เพราะผู้โดยสารมีหลายกลุ่ม บ้างก็ขึ้นที่เกาะสมุย บ้างขึ้นที่เกาะพะงัน บ้างก็ขึ้นที่เกาะเต่า แล้วเรือต่อไปถึงชุมพรด้วย มีสัญลักษณ์ไว้ให้สังเกตุชัดๆก็ดีล่ะค่ะ 



เรือออกจากท่า 10.10 น. ประมาณ 9.30 น.เราต้องมารอเพื่อต่อคิวลงเรือก่อนจะได้มีที่นั่งกลัวที่นั่งเต็มไม่งั้นต้องนั่งบนดาดฟ้า เพราะเค้าไม่มีหมายเลขที่นั่งให้เราต้องหาที่นั่งเอง เลยนั่งรอกันที่ฟุตบาทเลย







ได้เวลาลงเรือแล้วล่ะ 



เรือแวะส่งผู้โดยสารที่เกาะสมุย และที่เกาะพะงัน พวกเราต้องขึ้นที่ท่าเรือนี้ด้วยเช่นกัน ต้องเปลี่ยนเรือเพื่อไปเกาะเต่า รอเปลี่ยนเรือประมาณ 1 ชั่วโมงเรือจะออกจากเกาะพะงันเวลา 12.30 น. ได้เวลาทานอาหารเที่ยงกันที่นี่เลยค่ะ





ทานข้าวอิ่ม เตรียมพร้อมหน่อยเพราะระยะทางจากเกาะพะงัน ถึงเกาะเต่า ใช้เวลาเกือบจะ 2 ชั่วโมง เดินไปเข้าห้องน้ำที่สำนักงาน โอ้ยๆๆๆพระเจ้า ค่าเข้าห้องน้ำคนละ 10 บาท เคยเจอแต่ 3 บาท 5 บาท ห้องน้ำผู้หญิงมีอยู่ 3 ห้อง เดินมาก็ไกล แนะนำว่ารอเข้าห้องน้ำในเรือก็ได้ค่ะ ที่สำคัญฟรีด้วย



ใกล้ๆเวลาเจ้าหน้าที่ก็เรียกให้ผู้โดยสารออกมาเข้าแถวรอขึ้นเรือ สบายๆสพายเป้ มันดีนะคะ สะดวกดีกระเป๋าอยู่ที่ตัวเราตลอด เร็วดีด้วยไม่ต้องรอกระเป๋า ถ้านำกระเป๋าใบใหญ่ ต้องให้พนักงานขนสัมภาระให้แต่ดูแล้วความปลอดภัยของกระเป๋าไม่มีเลยกลัวกระเป๋าจะเปลี่ยนกันไม่ก็กระเป๋าหาย  






ถึงเกาะเต่า ทำไมคนเยอะขนาดนี้ ฝรั่งเยอะมากๆๆ ดูเหมือนพวกเราจะเป็นชนกลุ่มน้อยเลย ยืนตรงไหนก็จะถูกชี้ให้ไปยืนตรงอื่นอยากจะร้องไห้ กลิ่น/ควันบุหรี่ฟุ้งเชียว 



เดินไปที่พักซึ่งอยู่ใกล้ๆท่าเรือ  อุ๊ อ่อน เกสต์เฮาส์ AU AON GUEST HOUSE (เกาะเต่าห่างประมาณ 50 เมตร ไม่อยากจะบอกว่าพวกเราส่วนนึงของคณะเดินเลยไปอีกเท่าตัว แล้วเดินกลับมาอีก อากาศก็ร้อน....เมื่อมาถึงทุกคนรีบเข้าห้องพักและเตรียมพร้อมไปเล่นน้ำที่เกาะนางยวน เพราะต้องนั่งเรือเล็กๆ
2  ลำ ไปที่เกาะนางยวน


















































มาถึงเกาะนางยวน ขวดน้ำเค้าไม่อนุญาตให้นำขึ้นไป เก็บเงินคนละ 30 บาท พวกเราไปเย็นมากแล้วเดี๋ยว 17.00 น.เค้าก็จะปิด คงได้เล่นน้ำอย่างเดียวขึ้นดูจุดชมวิวคงไม่ทัน ไกด์บอกว่าคงต้องเลือกถ้าใครไม่เล่นน้ำก็เดินเล่นบริเวณเกาะได้  แนะนำว่าถ่าคนที่รักการดำน้ำ ควรหาที่พักที่เกาะนางยวนจะดีกว่า อิอิ เป็นแพลนของทริปต่อไป 555 ขอพักที่เกาะนางยวน................. 

ไม่ได้ดำน้ำดูปะการังหรอกค่ะ ว่ายน้ำไม่เป็นน่ะ แค่ได้เล่นน้ำ เกาะหลังเพื่อนๆ เล่นน้ำเกาะชูชีพ ก็ฟินสุดๆแล้วล่ะ 



ได้เวลากลับเกาะเต่าแล้วล่ะ




กลับจากเกาะนางยวน กลับมาเล่นน้ำต่อกันอีก สนุกกันจริงจิ๊ง.....



พิธีแสดงมุฑิตาจิตท่ารองจันทรา ศรีสุข เป็นกิจกรรมที่เป็นกันเองมากๆ สนุกกันมากเลย หลายคนไม่เคยร้องเพลงก็ได้ร้องกันงานนี้ล่ะค่ะ ดำน้ำบนบกกันบ้าง สนุกดี 555








มื้อนี้อาหารสุดยอดเลยค่ะ ปู กุ้ง สดมากๆ  









วันที่ 17 กรกฎาคม 2559 เมื่อคืนฝนตกตื่นเช้ามาชุ่มฉ่ำเชียว ชุดว่ายน้ำตากไว้ที่ระเบียงเปียกโชกเลย ไม่ใช่ปัญหา ใส่ถุงพลาสติก โชคดีน้องรักษ์เค้าเตรียมถุงพลาสติกมา 2 ใบแบ่งกันคนละใบ บรรยากาศตอนเช้าก็ยังไม่ค่อยจะสดใสเท่าไหร่กลัวๆฝนจะตกระหว่างที่พวกเราเดินทางกลับจังเลย







รับประทานอาหารเช้าที่ ร้านอาหารบ้านส้อง เป็นอาหารที่สั่งล่วงหน้าตั้งแต่เมื่อวาน มี 2 เมนู คือข้าวผัดทะเล และ American Breakfast ชา หรือ กาแฟ 



เช็คเอ้าท์ นำกระเป๋ามาฝากไว้ที่ร้านเพื่อนั่งรถ Taxi   ออกไปยังจุดชมวิว รถ Taxi ที่นี่ก็คือรถปิคอับนั่นเอง แต่เค้าปรับให้มีที่นั่งด้านหลัง ระหว่างรอรถ Taxi ขาดไม่ได้ก็คือถ่ายภาพหน้าร้านอาหารเป็นที่ระลึกกันค่ะ











นั่งรถ Taxi 3 คัน เพื่อไปจุดชมวิว





ที่จุดชมวิว Love KohTao คงเป็นของเอกชน เค้าเก็บค่าเข้าชมคนละ 10 บาท


















มีเวลาอยู่ที่จุดชมวิวไม่เกิน 8.30 น.เพราะต้องรีบกลับไปขึ้นเรือกลับดอนสัก เรือออกเวลา 9.30 น. แต่พวกเราต้องรีบไปเข้าแถวลงเรือตั้งแต่ 9.00 น. ถึงดอนสัก 13.30 น. ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง แต่เดินทางจริงๆ ก็ต้องเปลี่ยนเรือที่เกาะพะงัน จะเสียเวลาตรงนั้นอีกเกือบ 1 ชั่วโมงน่าจะถึงดอนสักบ่ายสองกว่าแน่ๆ 

ขากลับไปดอนสัก ได้ตั๋ว 1 ใบ สติกเกอร์สีเหลือง และ ริบบิ้นสีแดง+ติดกระดาษแจ้งว่าเราจะต้องเปลี่ยนเรือที่เกาะพะงันผูกข้อมือไว้




เตรียมพร้อมที่จะไปลงเรือแล้ว 

























ถึงท่าเรือดอนสัก บ่ายสองกว่า...ระหว่างเดินผ่านทางท่าเรือ ถึงแม่แต่ละคนจะหิว แต่พอเจอปลาโลมา อดไม่ได้ที่จะกรี๊ดๆๆๆ และหยุดชมความน่ารักของปลาโลมา ทั้งสีชมพู และ สีดำ ไม่ต้องนั่งเรือไปดูตรงนี้ก็มีเยอะแยะ...อีกอยากที่อยากจะแนะนำให้แม่บ้านซื้อปลาสดๆๆๆ กลับ...บ้าน


มาถึงก็เห็นรถโรงเรียนมารอรับอยู่แล้ว สถานีต่อไปคือ ร้านอาหารป้าทิ้ง....อาหารอร่อยทุกอย่าง หิวมากจนลืมถ่ายภาพมาให้ชมเลยล่ะค่ะ.......เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ....See You Soon KohTao....ถึงแม้จะเป็น Trip เล็กๆแต่เต็มไปด้วยความสุข

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตอนที่ 1 เดินทางเลห์ ลาดักห์ ประเทศอินเดีย 7-15 เมษายน 2560 (7-9 เมษายน 2560 เดินทาง โกลกัตตา-นิวเดลี-เลห์)

ตอนที่ 1 เดินทางเลห์ ลาดัก ประเทศอินเดีย (เตรียมพร้อมก่อนเดินทาง เดินทางจากสุราษฎร์ธานี-สนามบินดอนเมือง-สนามบินสุวรรณภูมิ - สนามบินกัลกัตตา Kolkata I -สนามบินนิวเดลลี)
ตอนที่ 1 ตอนที่ 2ตอนที่ 3ตอนที่ 4ตอนที่ 5ตอนที่ 6

ก่อนเดินทางไปเลห์ ลาดัก ประเทศอินเดีย สิ่งแรกก็ต้องศึกษาข้อมูลเบื้องต้นก่อนก็คือดูว่าอยู่ส่วนไหนของประเทศอินเดีย ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่เดินทางไปอินเดีย ครั้งแรกไปสิกขิมอยู่ทางเหนือของอินเดีย อยู่ระหว่าเนปาลกับภูฎาน แต่เลห์ ลาดัก จะขึ้นไปทางเหนือของอินเดียมากกว่าสิกขิม เลยเมืองนิวเดลี ขึ้นไป ทางด้านปากีสถานดูแผนที่ด้านล่างประกอบนะคะ




ต่อมาก็เริ่มศึกษาจากรีวิว เลห์ ลาดักห์ จากหลายๆแหล่ง มีเยอะมากแสดงว่าคนนิยมมาเที่ยวที่นี่ โดยเฉพาะจาก YouTube ชอบหลายคลิป โดยเฉพาะของรายการคนค้นคน...และของรายการ Travel Channel Thailand ช่วงนี้ว่างเป็นต้องชมคลิป เลห์ ลาดักห์.....เพื่อความสะดวกในการชมคลิปขอนำมาแปะที่หน้าบล็อกนี้เลย.....นี่ขนาดยังไม่ได้เดินทางไปนะคะยังฟินขนาดนี้.....😍😍

คนค้นฅน : ดินแดนแสนเสน่ห์ เลห์ ลาดักห์ (1) 







คนค้นฅน : ดินแดนแสนเสน่ห์ เลห์ ดาลัก (2) 







Travel Channel Thaila…

ท่องเที่ยวดาร์จีลิ่ง สิกขิม ประเทศอินเดีย ตอนที่ 1

ตอนที่ 1ตอนที่ 2ตอนที่ 3

ตอนที่ 1 เดินทางมา ดาร์จิลิ่ง กังต๊อก
ตอนที่ 2 กังต๊อก หมู่บ้านลาชุม หุบเขาชุมถัง
ตอนที่ 3 กังต๊อก ทะเลสาบฌางโก เดินทางกลับ

วันที่ 2-10 พฤษภาคม 2558


สิกขิม Sikkim เป็นรัฐที่เล็กที่สุดรองจากรัฐกัวหรือโคอา ในประเทศอินเดีย มีพื้นที่ทั้งสิ้น 7,098 ตารางกิโลเมตร มีเมืองหลวงชื่อ กังต๊อก Gangtok สิกขิม มียอดเขาที่สูงที่สุดคือ ยอดเขาคันชังจุงก้า Khangchendzonga เดิมมีความสูงถึง 8,598 เมตร สูเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากยอดเขาเอเวอร์เรสที่สูง 8,848 เมตรและยอดเขาเคทูที่สูง 8,611เมตร
ตอนที่ 1 วันที่ 2-3 พฤษภาคม 2558  สุราษฎร์ธานี  กัลกัตตา บักโดรา ดาร์จิลิ่ง กังต๊อก เดินทางจากสนามบินนานาชาติสุราษฎร์ธานีโดยส่ยการบิน Thai Lion Air เที่ยวบิน JT 8567
 เครื่องดีเลย์เกือบชั่วโมง ได้ออกเดินทางประมาณ 17.50 น ถึงสนามบินดอนเมือง 19.00 น.ต่อด้วย Shuttle Bus. ไปสุวรรณภูมิ เที่ยวนี้คนไม่เยอะ อากาศก็ไม่ร้อน รถก็ไม่ติดไม่เหมือนคราวที่แล้วที่ไปเกาหลีอากาศร้อนแอร์ไม่เย็นแถมรถติดอีก  จากนั้นก็ไปพร้อมกันที่ชั้น 4 ประตู 5 ระหว่างนี้ก็ไปแลกเงินที่ธนาคารไทยพานิชย์ ได้ในอัตรา 1 รูปีเงินไทย 0.607 บาท แต่ถ้…

ท่องเที่ยว ณ JEJU เกาหลีใต้

2-6 เมษายน 2558


เกาะเชจู เมืองมรดกโลก ที่องค์การ UNESCO ให้รางวัลเกาะเชจูเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติแห่งใหม่ของโลก The World's new 7 wonders of nature เพราะเกาะเชจูเป็นเกาะที่เกิดใหม่จากภูเขาไฟ
วันที่ 2 เมษายน 2558 ออกเดินทางจากบ้านตั้งแต่เวลาประมาณ 11.30 น.ใช้บริการ Driver กิตติมศักดิ์คนเดิมอีกเช่นเคย พี่ตุ๊พี่สาวที่น่ารักนั่นเองให้บริการทุกครั้งไม่เคยบ่น น่ารักจังพี่สาวเรา ถึงโรงเรียนสุราษฎร์พิทยา รอรับพี่สมชาย และน้องตี๋ เพื่อนร่วมเดินทางไป เจจู ทริปนี้ค่ะ สมาชิก 20 คนนำทีมโดยพี่ตู่กับพี่ยิ่งค่ะ บางส่วนก็เดินทางล่วงหน้าไปกทม.ก่อนแล้ว สำหรับคณะที่เดินทางวันนี้ นัดกันที่สนามบินสุราษฎร์ธานี เดินทางไปกรุงเทพมหานครด้วยเที่ยวบิน DD7213. Nok Air เวลา 14.20 ถึง กทม.เวลา 15.30 มีเวลาเหลือเฟือทัวร์นัดรวมพลกันเวลา 23.00 ตัดสินใจเดินทางด้วย Shuttle Bus ฟรี 

เจ้าหน้าที่ขอตั๋วพวกเราไม่มีแต่ใช้ตารางการเดินทางไปเกาหลีได้รถออกเวลา 16.00 น. ฟรีแต่ว่าร้อนมากๆ แต่ก็อดทนล่ะประหยัดค่า taxi ไปเกือบพันบาทเพราะถ้าเดินทางด้วย Taxi จะต้องใช้ 2 คัน ร้อนหน่อยก็ถือว่าคุ้มล่ะ ไปถึงสนามบินสุวรรณภูมิ …