ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ตอนที่ 4 เดินทางหลวงพระบาง 7-11 มกราคม 2559 (11 มกราคม 2560)

ตอนที่ 4 เดินทางหลวงพระบาง  7-11 มกราคม 2559  (11 มกราคม 2560)
ตอนที่ 1 ตอนที่ 2 ตอนที่ 3 ตอนที่ 4

วันที่ 11 มกราคม 2560 เช้านี้ก็มีฝนตกอีกนิดหน่อย เดินไปตลาดขายของตอนเช้า เช้านี้ไปกัน 4 คน พี่ยิ่ง พี่ตู่ น้องกิตและน้องพลอย ระหว่างเดินเห็นภาพน่ารักๆ อดไม่ได้ที่จะหยุดมอง เป็นภาพคุณยายป้อนข้าวเหนียวให้กับหมา 4 ตัวยืนกินอย่างเป็นระเบียบน่ารักมาก ข้าวเหนียวคุณยายไม่ธรรมดา คุณยายปั้นเป็นคำเล็กๆสอดไส้ด้วยหมูทอด เก่งมากไม่แย่งกันด้วย....โปรดสังเกตุตัวที่อยู้ข้างคุณยายมองที่มือคุณยายตาเป็นมันเชียว




วันนี้เดินชมตลาดอย่างรวดเร็ว เพื่อเดินไปยังร้านกาแฟประชานิยม เป็นร้านกาแฟโบราณ ร้านที่พวกเรามาทานกาแฟกันวันแรก นั่งทานกาแฟ  รอปลาย่างจะซื้อไปทานที่บ้านจะได้อีกบรรยากาศ แต่เค้าย่างยังไม่สุกก็เลยตัดสินใจรอ ส่วนพี่ตุ่ พี่ยิ่ง ขอตัวไปซื้อของฝากประเภทกาแฟสำเร็จรูปของลาว เดี๋ยวค่อยไปเจอกันที่บ้าน



ทานอาหารมื้อเช้าแบบง่ายๆ ปลาแม่น้ำโขงย่างกับข้าวเหนียว นั่งทานกันที่ระเบียงหน้าบ้าน+ฝนตกเล็กน้อย จะฟินอะไรขนาดนี้......อร่อยมากขอบอก

ได้เวลาเดินไปวัดเชียงทอง หรืออาจะนั่งรถ Taxi ไปก็ได้เพราะพี่อรัญกับพี่แจ้ เริ่มจะเป็นหวัดสงสัยจะโดนฝนเมื่อวาน เมื่อวานฝนตกมากเลย ดีนะที่วันนี้ตกเล็กน้อย แต่พี่ทั้ง 2 สมัครใจเดินไปกับพวกเรา...ระหว่างเดินไปก็ชมวิถีชีวิต ร้านค้า 2 ข้างทางก็เพลินไปอีกแบบนะคะ 




เป้าหมายหลักของเราวันนี้ก็คือวัดเชียงทองราชะวรวิหาร ,หลวงพระบาง
ที่ตั้ง: ทิศตะวันออกเฉียงเหนือของตัวเมืองหลวงพระบาง ใกล้บริเวณที่แม่น้ำคานไหลมาบรรจบกับ
แม่น้ำโขง
ปีที่สร้าง: พ.ศ. 2102 – 2103
รัชสมัย: พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช
เวลาเปิด–ปิด: 06.00 a.m. – 05.30 p.m.
ค่าธรรมเนียมเข้าชม: 20.000 Kip/คน

การแต่งกายจะต้องเรียบร้อยถ้ากระโปรงหรือกางสั้นเหนือเข่า จะต้องเช่าผ้าถุง  5.000 Kip ค่ะ น้องกิตก็เกือบจะต้องจ่ายเงิน 5,000 Kip แล้วล่ะวันนี้ลืมไปค่ะใส่เป็นกางเกงขาสั้นเลยแก้ปัญหาโดยเอาเสื้อมาใส่เป็นผุ้าถุงแทนเพราะว่าเสื้อตัวนี้ซื้อมาจากสนามบินแม่ฮ่องสอน ใส่ได้หลายแบบใส่เป็นเสื้อได้ 2 แบบ ใช้เป็นกระโปรง และเป็นผ้าพันคอก็ได้ดีมากๆคุ้มกับราคา 300 กว่าบาทล่ะค่ะ


































ถ่ายภาพที่วัดเชียงทองพอสมควร บรรยากาศที่วัดจะเงียบๆ มีนักท่องเที่ยวมาพอสมควรไม่ถึงกับมากอาจจะเป็นเพราะวันนี้ยังมีฝนตกอยู่เล็กน้อย ที่แจ้และพี่อรัญไม่สบายมากขึ้นจึงตัดสินใจนั่งรถ Taxi กลับไปนอนพักที่บ้านก่อน

ส่วนพวกเราก็เดินทางกลับระหว่างเดินทางกลับก็แวะไหว้พระที่วัดต่างๆที่ผ่าน แต่แปลกมากเลยค่ะหลายวัดที่เค้ามักจะปิดประตูโบส หลายวัดได้เข้าไปเดินรอบๆโบสแต่ไม่ได้เข้าไปไหว้พระด้านในได้
ระหว่างเดินกลับที่พักถนนเส้นนี้พวกเราเดินผ่านมา 2-3 ครั้งแล้วตั้งแต่วันที่มาถึงแต่แปลกนะคะ วันนี้พวกเราเดินถนนสายนี้อีกก็มีบรรยากาศแตกต่างไปก็เดินได้แบบเพลินๆอีก โดยเฉพาะน้องพลอยสามารถถ่ายภาพได้อย่างมีความสุขทุกครั้ง....




































มื้อเที่ยงก่อนที่จะเดินทางกลับ แวะทานอาหารมื้อเที่ยงที่ร้านตรงข้าม เกสเฮาส์ที่พัก ติดใจอาหารจากเมื่อวาน โดยเฉพาะสลัดหลวงพระบาง อร่อยมาก เมื่อวานเจ้าของร้านใจดีแถมสลัดให้ 1 จาน วันนี้แถมปลาทอดให้อีก 2 ชิ้น น่ารักมากค่ะเจ้าของร้าน บอกว่าพวกเราเป็นลูกค้า VIP (ซื้อผ้าพันคอกันจนเกือบหมดร้าน 555) ขอประชาสัมพันธ์ร้านให้ด้วยเลยค่ะจากนามบัตรนี้นะคะ










ทานอาหารเสร็จเกือบบ่าย 2 จ้าวปุ้นมารับไปส่งที่สนามบิน เช็คอินเรียบร้อยรอขึ้นเครื่องสายการบินแอร์เอเชีย Flight FD1031 ฮือๆๆๆอยากจะร้องไห้เครื่องดีเลย์เกือบครึ่งชั่วโมงกำหนด Boarding Time 15.10  กว่าจะได้ขึ้นเครื่องจริงๆก็ประมาณ 16.30 จากหลวงพระบางถึงสนามบินดอนเมืองประมาณเวลา 17.45 พวกเราจะต้องไปขึ้นเครื่องกลับสุราษฎร์ธานีสายการบิน ThaiLion air เที่ยวบินที่ SL746 เที่ยว 18.55 จะต้องเช็คอินให้ทันก่อนเวลา 18.00 สนุกมากเลยต้องใช้เวลาผ่านตม.และไปเช็คอินให้เรียบร้อยภายในเวลา 15 นาที น้องกิจเลยเป็นม้าเร็วริ่งพร้อมกับบัตรประชาชนของพี่ๆ ไม่คิดว่าตัวเองจะวิ่งได้เร็วขนาดนั้นนี่ขนาดวิ่งผิดไปเช็คอินด้านต่างประเทศแล้ววิ่งกลับมาฝั่งในประเทศอีกนะนี่ ดีนะที่ไปบอกเจ้าหน้าที่ว่าจะไปสุราษฎร์เที่ยว 18.55 เค้าเลยให้ไปช่องทางด่วน น้องกิตไปถึงเช็คอินเจ้าหน้าที่ขอให้ผู้โดยสารแสดงตนด้วย เป็นเรื่องล่ะซิพี่ๆยังมาไม่ถึงต่พอบอกเจ้าหน้าที่เค้าก็รอนะ น่ารักมากเลยค่ะ ThaiLion air...รอจนพี่ๆมาแสดงตนและโหลดกระเป๋าได้ครบตอนนั้นก็ต้องทำเวลาผ่านเครื่องสแกนอีกล่ะคนเยอะมาก...ขึ้นเครื่องเรียบร้อย...โล่ง.....สนุกมากไม่เคยดื่นเต้นแบนี้มาก่อนเลย.....









โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตอนที่ 3 บันทึกการเดินทางฮ่องกง เซินเจ้น จูไห่ มาเก๊า วันที่ 8-12 ต.ค.55

บันทึกการเดินทางฮ่องกง เซินเจ้น จูไห่ มาเก๊า วันที่ 8-12 ต.ค.55

วันที่ 7-8 ตุลาคม 2555 เดินทางถึงสนามบินฮ่องกง
วันที่ 9 ตุลาคม 2555  โอซีทีอีสท์เซินเจิ้น มาบุญครองเชินเจิ้น 
วันที่ 10 ตุลาคม 2555   หวีหนี่ วัดไป๋เหลี่ยน ตลาดกงเป่ย จูไห่
วันที่ 11 ตุลาคม 2555 ร้านผ้าไหม ตลาดกงเป่ย มาเก๊า
วันที่ 12 ตุลาคม 2555 มาเก๊า ฮ่องกง

วันที่ 10 ตุลาคม 2555 วันนี้ก็ใช้สูตรเดิมค่ะ 6 7 8 ส่วนใหญ่ถ้าเดินทางกับครูพรรณี จะใช้สูตรนี้ตลอดครูพรรณีบอกว่าจะได้พักผ่อนเต็มที่ทำให้ทุกคนสดชื่นไม่เหนื่อย วันนี้เดินทางสู่จูไห่ ทุกคนเตรียมพร้อม Check Out โรงแรมเรียบร้อย เก็บภาพถ่ายเป็นที่ระลึกก่อนเดินทางกันเล็กๆน้อยๆ





ระยะทางจากเซินเจ้น ถึงจูไห่ 64.71 Km ระหว่างทางก็แวะซื้อเครื่องดื่มกัน จริงๆก็ไม่ได้หิวหรือกค่ะ ซื้ออยากจะได้ใช้เงินหยวนบ้างล่ะ ตั้งแต่มาถึงเมือจีนยังไม่ได้ Shopping อะไรเลยนะนี่ ที่เชินเจ้นก็ไม่ได้ซื้ออะไร ต้องต่อรองราคาเยอะมาก แค่ช่วยต่อรองซื้อของให้พี่ๆ เหนื่อยมากๆกว่าจะได้ของซักชิ้น เอวันนี้เราจะได้ซื้ออะไรบ้างมั๊ยนะ เมืองจูไห่ เขตเศรษฐกิจพิเศษ 1 ใน 5 ของประเทศจีน "จูไห่" ได้รับยกย่องจากสหประช…

ท่องเที่ยวดาร์จีลิ่ง สิกขิม ประเทศอินเดีย ตอนที่ 1

ตอนที่ 1ตอนที่ 2ตอนที่ 3

ตอนที่ 1 เดินทางมา ดาร์จิลิ่ง  กังต๊อก ตอนที่ 2 กังต๊อก หมู่บ้านลาชุม หุบเขาชุมถัง ตอนที่ 3 กังต๊อก ทะเลสาบฌางโก เดินทางกลับ
วันที่ 2-10 พฤษภาคม 2558


สิกขิม Sikkim เป็นรัฐที่เล็กที่สุดรองจากรัฐกัวหรือโคอา ในประเทศอินเดีย มีพื้นที่ทั้งสิ้น 7,098 ตารางกิโลเมตร มีเมืองหลวงชื่อ กังต๊อก Gangtok สิกขิม มียอดเขาที่สูงที่สุดคือ ยอดเขาคันชังจุงก้า Khangchendzonga เดิมมีความสูงถึง 8,598 เมตร สูเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากยอดเขาเอเวอร์เรสที่สูง 8,848 เมตรและยอดเขาเคทูที่สูง 8,611เมตร
ตอนที่ 1 วันที่ 2-3 พฤษภาคม 2558  สุราษฎร์ธานี  กัลกัตตา บักโดรา ดาร์จิลิ่ง กังต๊อก เดินทางจากสนามบินนานาชาติสุราษฎร์ธานีโดยส่ยการบิน Thai Lion Air เที่ยวบิน JT 8567
 เครื่องดีเลย์เกือบชั่วโมง ได้ออกเดินทางประมาณ 17.50 น ถึงสนามบินดอนเมือง 19.00 น.ต่อด้วย Shuttle Bus. ไปสุวรรณภูมิ เที่ยวนี้คนไม่เยอะ อากาศก็ไม่ร้อน รถก็ไม่ติดไม่เหมือนคราวที่แล้วที่ไปเกาหลีอากาศร้อนแอร์ไม่เย็นแถมรถติดอีก  จากนั้นก็ไปพร้อมกันที่ชั้น 4 ประตู 5 ระหว่างนี้ก็ไปแลกเงินที่ธนาคารไทยพานิชย์ ได้ในอัตรา 1 รูปีเงินไทย 0.607 บาท แต่ถ…

ท่องเที่ยว ณ JEJU เกาหลีใต้

2-6 เมษายน 2558


เกาะเชจู เมืองมรดกโลก ที่องค์การ UNESCO ให้รางวัลเกาะเชจูเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติแห่งใหม่ของโลก The World's new 7 wonders of nature เพราะเกาะเชจูเป็นเกาะที่เกิดใหม่จากภูเขาไฟ
วันที่ 2 เมษายน 2558 ออกเดินทางจากบ้านตั้งแต่เวลาประมาณ 11.30 น.ใช้บริการ Driver กิตติมศักดิ์คนเดิมอีกเช่นเคย พี่ตุ๊พี่สาวที่น่ารักนั่นเองให้บริการทุกครั้งไม่เคยบ่น น่ารักจังพี่สาวเรา ถึงโรงเรียนสุราษฎร์พิทยา รอรับพี่สมชาย และน้องตี๋ เพื่อนร่วมเดินทางไป เจจู ทริปนี้ค่ะ สมาชิก 20 คนนำทีมโดยพี่ตู่กับพี่ยิ่งค่ะ บางส่วนก็เดินทางล่วงหน้าไปกทม.ก่อนแล้ว สำหรับคณะที่เดินทางวันนี้ นัดกันที่สนามบินสุราษฎร์ธานี เดินทางไปกรุงเทพมหานครด้วยเที่ยวบิน DD7213. Nok Air เวลา 14.20 ถึง กทม.เวลา 15.30 มีเวลาเหลือเฟือทัวร์นัดรวมพลกันเวลา 23.00 ตัดสินใจเดินทางด้วย Shuttle Bus ฟรี 

เจ้าหน้าที่ขอตั๋วพวกเราไม่มีแต่ใช้ตารางการเดินทางไปเกาหลีได้รถออกเวลา 16.00 น. ฟรีแต่ว่าร้อนมากๆ แต่ก็อดทนล่ะประหยัดค่า taxi ไปเกือบพันบาทเพราะถ้าเดินทางด้วย Taxi จะต้องใช้ 2 คัน ร้อนหน่อยก็ถือว่าคุ้มล่ะ ไปถึงสนามบินสุวรรณภูมิ …