ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ตอนที่ 1 เดินทางเลห์ ลาดักห์ ประเทศอินเดีย 7-15 เมษายน 2560 (7-9 เมษายน 2560 เดินทาง โกลกัตตา-นิวเดลี-เลห์)

ตอนที่ 1 เดินทางเลห์ ลาดัก ประเทศอินเดีย (เตรียมพร้อมก่อนเดินทาง เดินทางจากสุราษฎร์ธานี-สนามบินดอนเมือง-สนามบินสุวรรณภูมิ - สนามบินกัลกัตตา Kolkata I -สนามบินนิวเดลลี)

ตอนที่ 1  ตอนที่ 2  ตอนที่ 3  ตอนที่ 4  ตอนที่ 5  ตอนที่ 6

ก่อนเดินทางไปเลห์ ลาดัก ประเทศอินเดีย สิ่งแรกก็ต้องศึกษาข้อมูลเบื้องต้นก่อนก็คือดูว่าอยู่ส่วนไหนของประเทศอินเดีย ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่เดินทางไปอินเดีย ครั้งแรกไปสิกขิมอยู่ทางเหนือของอินเดีย อยู่ระหว่าเนปาลกับภูฎาน แต่เลห์ ลาดัก จะขึ้นไปทางเหนือของอินเดียมากกว่าสิกขิม เลยเมืองนิวเดลี ขึ้นไป ทางด้านปากีสถานดูแผนที่ด้านล่างประกอบนะคะ




ต่อมาก็เริ่มศึกษาจากรีวิว เลห์ ลาดักห์ จากหลายๆแหล่ง มีเยอะมากแสดงว่าคนนิยมมาเที่ยวที่นี่ โดยเฉพาะจาก YouTube ชอบหลายคลิป โดยเฉพาะของรายการคนค้นคน...และของรายการ Travel Channel Thailand ช่วงนี้ว่างเป็นต้องชมคลิป เลห์ ลาดักห์.....เพื่อความสะดวกในการชมคลิปขอนำมาแปะที่หน้าบล็อกนี้เลย.....นี่ขนาดยังไม่ได้เดินทางไปนะคะยังฟินขนาดนี้.....😍😍

คนค้นฅน : ดินแดนแสนเสน่ห์ เลห์ ลาดักห์ (1) 








คนค้นฅน : ดินแดนแสนเสน่ห์ เลห์ ดาลัก (2) 








Travel Channel Thailand











ลำดับต่อมาก็คือการจองตั๋ว ปกติไปเที่ยวต่างประเทศก็ไม่ค่อยได้ดำเนินการต่างๆเอง ไปทัวร์บ้าง ไปกับพี่ตู่บ้างก็มีคนจัดการให้หมดเลย ครั้งนี้ได้ทำหน้าที่ผู้ช่วยพี่ตู่ในการจองตั๋ว...ต้องตัดสินใจหลายอย่างเพื่อให้ได้ค่าตั๋วเครื่องที่ไม่สูงมาก ได้เวลาที่หมาะสม......พร้อมตั๋วทั้งในประเทศและต่างประเทศ 

ค่าตั๋วเครื่องประมาณคนละ 17,000 บาท/คน (ไม่รวมค่าเครื่องจากสุราษฎร์ธานี-ดอนเมือง)

จัดตารางทัวร์  จองที่พัก  ต่อมาก็ต้องศึกษาเรื่องการทำ VISA เข้าประเทศอินเดีย และยื่นขอ VISA 
จ้างเค้าทำคนละ 2,500 บาท สำหรับคนที่ยื่นเอง ประมาณ 1,700 บาท (ไม่รวมค่าส่ง) ค่าบริการสถานฑูต : 70 บาท ค่าบริการ : 20 บาท  ค่าส่ง SMS เพื่อแจ้งสถานะทางมือถือ : 60 บาท (จะได้รับ SMS แจ้งเตือน 2 ครั้ง) ค่าส่งประมาณ 230 บาท พวกเราไม่มีเวลาเลยต้องจ้างเค้ายื่นให้แต่ต้องมาสแกนลายนิ้วมือเองค่ะ

รายละเอียดที่พัก
ที่พักที่นิวเดลี 2 คืน : Fab Hotel Transit Delhi Airport 
https://www.fabhotels.com/hotels-in-new-delhi/fabhotel-transit-delhi-airport.html 
ค่าโรงแรม คืนละ 890 บาท 

ที่พักที่เลห์  พัก 5 คืน : Hotel Omasila  
http://www.hotelomasila.com/index.html  
ค่าโรงแรม คืนละ 1,627 บาท

ที่พักที่นูบรา วัลเลย์ : The Hundar Resort
Hundar Village, Nubra, Leh, Ladakh, Jammu & Kashmir
ค่าโรงแรมที่จอง 4 ห้องเข้าพัก 1 คืน คิดเป็นเงินไทย 10,865.52 บาท ประมาณ 2,716.38 บาท/ห้อง

รายละเอียดค่ารถ
ที่นิวเดลี รับ-ส่งที่สนามบิน เที่ยวในนิวเดลี 2 วัน 1,015 บาท /คน
ที่เลห์ รับ-ส่งที่สนามบิน เที่ยวในเลห์ 5 วัน 1,155 บาท/คน

ค่าใช้จ่ายอื่นๆ 
ค่าประกันการเดินทาง ค่าอาหาร ค่ายา ค่าเข้าชม ค่าทิป 2,880 บาท/คน

การทำประกันการเดินทาง
อีกอย่างที่สำคัญก็คือการทำประกันการเดินทาง ของพวกเราทำกับบริษัท AIG ประกัยภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) จ่ายเบี้ยประกัน 322  บาท ระยะเวลาประกัน 10 วัน



รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 27,000 บาท ไม่รวมเงิน Shopping ที่เตรียมไปอีก 10,000 บาท (ใช้ไม่หมดค่ะ)

ขั้นตอนสำคัญก็คือตรวจสอบอุณหภูมิช่วงที่เดินทาง การเตรียมพร้อมร่างกาย เสื้อผ้า ถุงเท้า ถุงมือ หมวก สัมภาระที่จะต้องเตรียมไปให้เหมาะกับอากาศที่ เลห์ ลาดักห์ ตรงนี้หมดเงินไปเยอะกับการเตรียมตัวรับกับอากาศหนาวอุณหภูมิติดลบ ส่วนนึงก็ปัดฝุ่นนำขอเก่ามา Reuse 555....

แบ่งหน้าที่ในการจัดเตรียมเรื่องอาหารและของจำเป็นในการใช้ส่วนกลางกัน เช่น มาม่า  ปลากระป๋อง ปลากรอบ น้ำพริกชนิดต่างๆ  ซอสพริก ซีอิ๊ว ลูกอมชนิดต่างๆ  ยา Hong Jing Tian เป็นสมุนไพรจีน Diamox เป็นยาปรับความดันตา ยาสามัญต่างๆ  เป็นต้น

สิ่งสำคัญอีกอย่างก็คือการออกกำลังกายให้แข็งแรงก่อนเดินทาง....
...................................................................................................................................................................

การเดินทางจากสนามบินสุราษฎร์ธานี  Surat Thani Airport - สนามบินดอนเมือง  Don Muang Airport โดยสายการบิน ThaiLion Air (Flight SL 741 ออกเดินทาง 7 เมษายน 2560 เวลา 15.50 ถึงสนามบินดอนเมือง เวลา 17.00

ขากลับ สนามบินดอนเมือง  Don Muang Airport - สนามบินสุราษฎร์ธานี  Surat Thani Airport
โดยสายการบิน ThaiLion Air (Flight SL 746  ออกเดินทาง 15 เมษายน 2560 เวลา 18.55 ถึงสนามบินสุราษฎร์ธานี เวลา 20.10




สนามบินดอนเมือง - สนามบินสุวรรณภูมิ




สนามบินสุวรรณภูมิ - สนามบินกัลกัตตา Kolkata International Airport
ขาไปเดินทางจาก Bangkok ด้วย IndiGo วันที่ 8 เมษายน 2560 เที่ยวบิน 6E78  เวลา 02.05 (Check-in/Bag drop closes 00.50) ถึง Kolkata เวลา 03.10

ขากลับเดิน Transfer เครื่องต่อจาก Kolkata ไป Bangkok วันที่ 15 เมษายน 2560 เที่ยวบิน 6E 75  เวลา 10.45 (Check-in/Bag drop closes 09.30) ถึง Bangkok เวลา 14.40  


 สนามบินกัลกัตตา Kolkata International Airport - Indira Gandhi International Airport, New Delhi
Transfer เครื่องต่อจาก Kolkata ไป Delhi วันที่ 8 เมษายน 2560 เที่ยวบิน 6E296  เวลา 06.20 (Check-in/Bag drop closes 05.35) ถึง Delhi เวลา 08.35


ขากลับเดินทางจาก Delhi ไป Kolkata วันที่ 15 เมษายน 2560 เที่ยวบิน 6E 661  เวลา 05.05 (Check-in/Bag drop closes 04.20) ถึง Kolkata เวลา 07.15



Indira Gandhi International Airport, New Delhi - Leh Airport 
สนามบินนิวเดลี  Indira Gandhi International Airport ไป Leh Airport ด้วยสายการบิน Go Air  วันที่ 9 เมษายน 2560 เที่ยวบิน G8-203  เวลา 06.40 ถึง Leh เวลา 08.05


ขากลับจาก Leh Airport - Indira Gandhi International Airport, New Delhi 
เดินทางด้วยสายการบิน Jet Airways วันที่ 14 เมษายน 2560 เที่ยวบิน 9W 2369  เวลา 07.40 ถึง  Indira Gandhi International Airport, New Delhi  เวลา 09.05


คณะเดินทางทั้งหมด 16 คน (พี่ตู่ พี่ยิ่ง เจ๊กุ๋ย พี่แดง น้าวัช พี่อรัญ พี่แจ้ พี่ตุ๊ น้องกิต น้องพลอย น้องเอ๊ต น้องเขม พี่นิพธ์ น้องมล น้องสาวเจ๊กุ๋ย 2 คน)
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
การเดินทางจากสนามบินสุราษฎร์ธานี  Surat Thani Airport - สนามบินดอนเมือง  Don Muang Airport โดยสายการบิน ThaiLion Air (Flight SL 741 ออกเดินทาง 7 เมษายน 2560 เวลา 15.50 ถึงสนามบินดอนเมือง เวลา 17.00  สมาชิกส่วนใหญ่จะหิวขอทางอาการมื้อเย็นก่อนไปสนามบินสุวรรณภูมิ มีเวลาเหลือเฟือทานได้สบายๆ ต่อจากนั้นนั่ง Shuttle Bus เพื่อไปยังสนามบินสุวรรณภูมิใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เตรียมสำเนาตั๋วยื่นกับเจ้าหน้าที่ด้วยนะคะ


ที่สุวรรณภูมิก็หาที่นั่ง หลังจากนั้นก็ไปแลกเงินที่ Super rich อยู่ชั้น B ตัดสินใจแลกเป็นเงินดอลล่าห์ 10,000 บาท แลกเผื่อน้องพลอยหลานสาวคนสวยด้วย ค่อยไปแลกเงินรูปีที่ สนามบินกัลกัตตา อินเดีย คงต้องทะยอยแลกพอใช้ ไม่อยากให้เหลือเงินรูปีเยอะ แลกคืนขาดทุนเยอะ เก็บเป็นเงินดอลล่า น่าจะดีกว่า


พี่ตู่ซื้อแจกยาสมุนไพร Hong Jing Tian เป็นสมุนไพรจีน ป้องกัน altitude sickness คนละ 1 ซองให้กินครั้งละ 2 เม็ดก่อนหรือหลังอาหาร เช้าเย็น 


AMS (Acute mountain Sickness) หรือ Altitude sickness หรือ โรคที่สูง  มักเกิดจากการที่เราไปในที่สูงจากระดับน้ำทะเลเกิน 3000 เมตรขึ้นไป  
การทานยา มี 2 อย่าง (จากตามบล็อกต่างๆแนะนำกันมา)
1. Hong Jing Tian เป็นสมุนไพรจีน  มีทั้งแบบขวดน้ำและแคปซูล  ทานล่วงหน้า 1 อาทิตย์
2. Diamox เป็นยาปรับความดันตา  ซื้อได้โดยมีใบสั่งแพทย์  ทานล่วงหน้า 1-3 วัน



จากสนามบินสุวรรณภูมิ - สนามบินกัลกัตตา Kolkata International Airport
ขาไปเดินทางจาก Bangkok ด้วย IndiGo วันที่ 8 เมษายน 2560 เที่ยวบิน 6E78  เวลา 02.05 (Check-in/Bag drop closes 00.50) ถึง Kolkata เวลา 03.10 การจองตั๋วเป็นการจองตั๋วแบบ Group ช่วงการ Check in  ต้องแสดงเครดิตการ์ดที่ใช้ในการจองด้วย คน Check in เยอะมากดีที่พวกเราจองแบบ Group เลยใช้ช่อง Check in แยกจากกลุ่มอื่นๆ ค่อนข้างสะดวก


เขียนใบ Immigration เสร็จเรียบร้อย



ที่สนามบินสุวรรณภูมิจะต้องเดินขึ้นบรรไดเพื่อไป Scan สัมภาระ จะเป็นทางเดินเข้าช่องสแกนสัมภาระ ให้เอาสิ่งของในกระเป๋าเสื้อ กระเป๋ากางเกง กระเป๋าสตางค์ ไปเก็บไว้ในกระเป๋าถือ เสื้อคลุมต้องถอดออก ต้องถอดเข็มขัด และ รองเท้าด้วย ส่วนน้ำดื่มจะต้องทานให้หมดก่อนเข้าสแกนสัมภาระ หรือไม่ก็ต้องทิ้งลงถังขยะ
กระเป๋าถือ เป้ ให้วางลงในสายพานผ่านเครื่อง x-ray ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ส่วนตัวผู้โดยสารจะต้องเดินผ่านประตูตรวจจับโลหะ หลังจากนั้นเดินตรงตามช่องทางเดินและลงบันไดเลื่อน ลงมา ที่ตรวจหนังสือเดินทางจะแบ่งช่องสำหรับคนไทย และ สำหรับชาวต่างชาติ ให้มองดูป้าย เลือกเข้าให้ถูก การออกนอกประเทศจะต้องให้ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ตรวจประวัติว่าเป็นบุคคลที่สามารถออกนอกประเทศได้ ปัจจุบันมีการตรวจหนังสือเดินทางอยู่ 2 แบบ
4.1 ช่องตรวจอัตโนมัติ (Automatic Channel) เป็นช่องขนาดเล็กให้ผู้เดินทางเข้าไปได้ทีละคน ให้เราทำตามขั้นตอน (มีคนช่วยแนะนำ) เมื่อเสร็จแล้วประตูช่องจะเปิดให้เอง มีการบันทึกข้อมูลการออกนอกประเทศที่แถบบันทึกในเล่ม Passport แต่จะไม่มีตราประทับให้เห็น ในขั้นตอนนี้จะถูกเก็บใบ ตม. ส่วนบัตรขาออก 
4.2 ช่องตรวจโดยใช้เจ้าหน้าที่ ให้เข้าไปทีละคน ยื่น Passport ให้กับเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่จะเช็คประวัติและลงตราประทับออกนอกประเทศลง Passport และเก็บใบ ตม. ส่วนบัตรขาออก 
ก่อนขึ้นเครื่องเจ้าหน้าที่ของสายการบิน IndiGo จะตรวจแบบเข้ม อีกครั้งทั้งตรวจกระเป๋า และตรวจตัวเราอีกครั้ง

8 เมษายน 2560  
เดินทางถึงสนามบินกัลกัตตา ต้องผ่านด่าน ตม.ของประเทศอินเดีย ปกติแอร์โฮสเตสจะแจกเอกสาร Immigration ให้เราตั้งแต่บนเครื่องแต่สายการบิน Indigo ไม่ได้แจกให้พวกเราต้องมาเขียนที่ Immigration ต้องเขียนกันอย่างเร็ว ข้อมูลที่สนามบิน การเดินทางสิ่งที่ไม่ควรลืมคือ ปากกา ต้องมีไว้นะ สิ่งที่ต้องกรอก ก็คือ 
Name Surname
Date Of Birth
Passport Number
Flight Number
Date Of Arrival
Countries visited in last six days
Address in India
Telephone Number
(ไปครั้งนี้ครั้งแรกพวกเราไม่ใส่เบอร์โทร แต่เค้าให้ใส่ เราเลยเอาเบอร์โทรในเมืองไทยใส่เข้าไป) 
เจ้าหน้าที่น่ารักดี ชอบพูดภาษาไทยกับพวกเราด้วย เช่น สวัสดีครับ  มองกล้อง ...555
ประเทศอินเดียเวลาช้ากว่าเมืองไทย 1.30 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้สับสนแนะนำให้ปรับเวลาเป็นของประเทศอินเดียด้วยนะคะ  ก่อนออกจากสนามบิน แลกเงิน รูปี ก่อนเพราะพี่ตู่จะต้องเตรียมเงินรูปีเพื่อจ่ายค่าโรงแรมและค่าอาหาร 


จากนั้นก็เดินไปต่อเครื่องไปสนามบินนิวเดลี สนามบินกัลกัตตา เป็นสนามบินที่ไม่ใหญ่มาก ขึ้นบันไดเลื่อนก็ถึงสนามบิน Domestic (ขึ้นบันไดเลื่อนซ้ายมือเป็น Domestic ขวามือเป็น International )ก่อนเดินเข้าไปก็จะมีเจ้าหน้าที่เช็ครายชื่อตามการจองตัวพร้อมแสดง Passport  จึงจะเข้าไป Checkin ได้ การ scan สัมภาระวางรวมกันระหว่างผู้หญิงและผู้ชายได้ แต่ช่องทางผ่านจะมีการแยกระหว่างชายหญิง ต้องถือ Passport และ Boarding Pass ไปด้วยเมื่อเค้าตรวจเสร็จเค้าจะประทับตรายางการตรวจ ซึ่งจะเป็นหลักฐานในการขั้นเครื่องด้วย อย่าลืมนะคะ ถ้าเจ้าหน้าที่ลืมประทับตรา อาจทำให้เราเสียเวลาต้องกลับมาทำขั้นตอนนี้ใหม่.......

เมื่อเดินทางมาถึงสนามบินนิวเดลี พี่ตู่ ได้ติดต่อรถมารับและพาพวกเราไปเที่ยวเมืองนิวเดลี ก่อนเข้าที่พัก พลาดเลยค่ะ เสื้อผ้าที่เตรียมไว้อยู่ในกระเป๋าใบใหญ่ น้องกิต กับน้องพลอย ใส่กางเกงขาสั้นเพื่อความคล่องตัวในการเดินทาง กะว่าจะมาเปลี่ยนที่โรงแรม...ก่อนจะออกไปเที่ยว


ระหว่างนั่งรถก็ชมวิถีชีวิตของชาวนิวเดลี






โชว์เฟอร์แนะนำให้มากินอาหารกลางวันที่ McDonald's  อร่อยดีอาหารรสเข้มดี คลายเหนื่อยได้ดี ได้จ่ายเงินรูปี แล้วล่ะหยิบเงินไม่ค่อยจะถูกเลย จ่ายแบ๊งใหญ่ก็ไม่ค่อยจะรับ ต้องแลกแบ๊งเล็กๆสำหรับใช้ซื้อของกินเล็กๆน้อยๆอย่างนี้ล่ะค่ะ

ถ่ายภาพเล่นกันหน้า McDonald's ระหว่างรอรถมารับ  ช่วงนี้ต้องใช้ App ช่วยแล้งล่ะ ตั้งแต่เมื่อเช้ายังไม่ได้ล้างหน้า ไม่ได้ Make Up เลย.....อยากจะร้องไห้


จุดแรกขอวันนี้ก็คือ ชมสวามีนารายันอักซาร์ดัม วัดฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในโลก เค้าไม่อนุญาตให้นำกระเป๋า กล้องถ่ายรูป Smart Phone เข้าไปต้องนำไปฝากที่รับฝากของ ส่วนใหญ่ของพวกเราตัดสินใจผลัดกันเข้าไปชมส่วนหนึ่งอยู่เฝ้าของอยู่ด้านนอกมีที่นั่ง ลมพัดเย็นสบาย นอกจากนี้ต้องกระโปรงหรือกางเกงต้องยาวคลุมเข่า เค้าถึงจะยอมให้เข้า (น้องกิต กับน้องพลอย จัดชุดใหม่เลยเข้าไปได้ )ผ่านด่านตรวจอย่างเข้มเชียวค่ะ เข้าไปด้านในห้ามถ่ายภาพโดยเด็ดขาด พวกเราได้ถ่ายภาพกันเพียงด้านนอกเท่านั้น เข้าไปด้านในมีที่รับฝากรองเท้าฟรีต้องเดินเท้าเปล่า ยอมรับเลยว่าสวยตระการตาจริงๆ เป็นหินอ่อนแกะสลักสวยงาม ด้านในมีพระยืนถือป้ายห้ามไม่ให้เราเข้าไปสัมผัสเลย





ถ่ายภาพหมู่ก่อนที่จะเข้าไปสวามีนารายันอักซาร์ดัม วัดฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในโลก อากาศค่อนข้างร้อนค่ะ



ถ่ายภาพหมู่หลังจากชม สวามีนารายันอักซาร์ดัม วัดฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในโลก

จากนั้นก็ไปยังที่พัก Fab Hotel Transit Delhi Airport  
https://www.fabhotels.com/hotels-in-new-delhi/fabhotel-transit-delhi-airport.html ค่าโรงแรมคืนละ 890 รูปี โรงแรมอยู่ในซอยเล็กๆ รถใหญ่เข้าไม่ได้ จะต้องเดินลากกระเป๋าใบโต ซักประมาณ 200 เมตรพื้นถนนขรุขระ ระหว่างเดินต้องระวังทั้งรถตามหลังและรถสวน เกือบๆจะท้อแล้วล่ะ แต่พอได้เข้าห้องพักอุ๊ยหายเหนื่อยเลยล่ะ ห้องพักเงียบๆน่าอยู่เชียวล่ะ อินเทอร์เน็ตเร็วมาก....แต่ที่นี่พนักงานจะมาเซ็ต
อินเทอร์เน็ตในมือถือให้เราเลยไม่บอกรหัสผ่าน...แต่พวกเราก็แอบๆดูพอจะจำได้ 555 ไม่ต้องรบกวนพนักงาน












ทานอาหารเย็นเสร็จ ก็เดินไปตลาด รถเยอะมากดูวุ่นวาย ขณะเดินต้องระวัง ว๊าว รถตุ๊กๆน่ารักจัง เหมือนกันทั่วเมืองเลย....ซื้อของกินกันสนุกเลยทั้งผลไม้ ชอคโกเล็ต....





















9 เมษายน 2560 เตรียมพร้อมเครื่องแต่งกายชุดกันหนาวเพราะอากาศที่ New Delhi กับ Leh ต่างกันมากทุกคนต้องมีกระเป๋าใบเล็กอีกคนละใบเพื่อใส่ชุดกันหนาว ออกเดินทางจากสนามบิน Delhi ถึงสนามบิน Kushok Bakula Rinppoche Leh Ladakh ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 



เมื่อใกล้ๆจะถึง สนามบิน Kushok Bakula Rinppoche Leh Ladakh มองจากหน้าต่างเครื่องบินจะเห็นภูเขาหิมะตลอดแนวสีขาวฟูสวยมากๆ ผู้โดยสารตื่นเต้นในการถ่ายภาพกันมาก บ้างก็แลกเปลี่ยนที่นั่ง บ้างก็ช่วยถ่ายภาพให้กัน...ได้ภาพถูกใจกันหลายภาพ..สวยมากๆ โชคดีที่ได้นั่งริมหน้าต่าง...ถึงแม่จะอยู่ตรงปีกเครื่องบิน 












ที่สนามบิน Kushok Bakula Rinppoche Leh Ladakh มีความรู้สึกเหมือนกับอยู่ในตู้เย็น เย็นมากๆๆ เจ้าหน้าที่แจกใบเข้าเมือง Leh...ขณะรับกระเป๋า เจ้าหน้าที่จะมาตรวจเช็คและนับกระเป๋าว่าครบจำนวนหรือไม่  




มีรถโรงแรมมารับ เข้าพักที่ Hotel Omasila  http://www.hotelomasila.com/index.html  สิ่งแรกที่ต้องทำคือการเคลื่อนไหวต้องช้าที่สุดเนื่องจากอากาศเบาบางมาก ต้องดูแลร่างกายดีๆ ใส่เสื้อผ้าที่ให้ความอบอุ่น จิบน้ำบ่อยๆ อมลูกอมเมื่อมีอาการคอแห้งด้วย ไปถึงโรงแรมควรนอนพักผ่อนเพื่อให้ร่างกายได้ปรับสภาพกับที่สูงไม่ควรออกไปเที่ยวในทันที...พยายามสังเกตุอาการด้วยว่ามีอาการที่จะเป็นโรคจากขึ้นที่สูง Altitude Sickness เกิดจากร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ...วันนี้ทำได้เพียงเดินเล่นไม่ไกลจากบริเวณโรงแรมเท่าไร..ก็รู้สึกเหนื่อย..แล้วล่ะ












ชมบรรยากาศระหว่างทางไปโรงแรม เมืองล้อมรอบด้วยภูเขา มองอะไรก็จะเห็นเป็นสีน้ำตาล และสีขาวทั้งเมือง






มาถึงโรงแรมรู้สึกหนาวมากๆ สังเกตุได้จากปากเริ่มจะแตกตั้งแต่วันแรกที่มาถึงเลยล่ะ


กุญแจห้องสวยจัง ใหญ่และหนักมาก...ห้องพักอยู่ชั้น 4 ห้อง 42...ฮือๆๆๆ  ต้องเดินขึ้น..ช้าๆๆๆๆ ไม่งั้นเหนื่อยมาก หายใจไม่ทัน....



ขั้นมาถึงห้องพัก นอนพักเพื่อปรับสภาพร่างกายซักครึ่งวัน....


นอกจากจะนอนพักแล้ว ซ็อคโกเล็ตที่ซื้อจากนิวเดลี  ลูกอมที่เตรียมมา  และน้ำร้อนต้องจิบบ่อยๆ

นอนพักผ่อนกันพอสมควรก็ลงมาเดินเล่นด้านล่าง ถ่ายภาพเล่นๆกันหน้าโรงแรม ยืนมองพนักงานทำความสะอาดบริเวณโรงแรมพนักงานที่นี่ขยันจังเลย สมาชิกพร้อมก็ไปทานอาหารกลางวันที่ห้องอาหาร





ตอนนี้สมาชิกส่วนใหญ่ร่างกายก็โอเค ทานอาหารได้ จะมีอาการปวดหัวและทานอาหารไม่ได้มีเพียงพี่แจ้คนเดียว....หรือว่าพี่แจ้จะเป็น  Altitude Sickness....


หลังจากทางอาหารกลางวันเสร็จแล้วก็เก็บภาพถ่ายสวยๆกันพอสมควร ก็ขึ้นไปพักในห้องพัก รอเวลาออกไปเดินเล่นบริเวณใหล้ๆโรงแรมช่วงเย็นกัน













พี่ยิ่งสอบถามข้อมูลจากพนักงาน เตรียมข้อมูลออกไปเดินเล่นบริเวณใกล้ๆโรงแรม







เป้าหมายของพวกเราคือ ตลาดเมืองเลห์ (Leh Main Bazaar) น้องเข็มเป็นผู้นำทางการเดินใช้ Application Maps.me เดินเล่นกันไปเรื่อยๆ ไม่อยากจะบอกว่า เดินไม่ถึงตลาดก็ยอมแพ้ ขอเดินกลับที่พักดีกว่า วันแรกไม่อยากจะฝืนร่างกายมากไปกว่านี้






























พี่แจ้มีอาการ Altitude Sickness แล้วล่ะ มีอาการหนาวมาก เจ้าของโรงแรมนำเครื่องตรวจอ๊อกซิเจนปลายนิ้วคล้ายเครื่องด้านล่างนี้ล่ะค่ะ เจ้าของโรงแรมนำถังอ๊อกซิเจนมาให้พี่แจ้ 

หลายคนก็เริ่มตรวจอ๊อกซิเจนปลายนิ้วกัน ส่วนใหญ่จะปกติ มีพี่ตู่ที่ผลการตรวจไม่ค่อยดี อาจเพราะพี่ตู่มาถึงเลห์ ยังไมได้พักเลยมัวแต่เตรียมข้อมูลให้กับคนอื่นๆ คนอื่นๆมาถึงได้นอนพักกันครึ่งวัน พี่ตู่ยังไม่ได้นอนพักเลย พี่ตู่คงต้องพักผ่อนเยอะๆ...แต่พี่แจ้อาการไม่ดีขึ้นก็เลยตัดสินใจเรียกรถแท็กซี่ไปโรงพยาบาล...หมอให้อ๊อกซิเจนคนละ 2 ชั่วโมง มีพี่ตู่ เจ๊กุ๋ย และพี่แจ้ และให้ยา Diamox (Acetazolamide) ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมด้วยนะคะ  และซื้ออ๊อกซิเจนกระป๋องมาด้วยที่มีขายจะมี 2 แบบ 2 ราคา คือราคา 450 รูปี และ 600 รูปี (ภาพด้านล่างเป็นแค่ตัวอย่างเท่านั้นไม่ใช่สินค้าที่ซื้อจากเลห์นะคะ)



มื้อเย็น อิอิ น้องกิตเริ่มมีอาการปวดหัว เบื่ออาหารสงสัยมื้อกลางวันทานเยอะไปหน่อย แน่นท้องมากเลย มื้อนี้ไม่ไหวจริงๆ หรือจะเป้นอาการ Altitude Sickness..แล้วล่ะนี่ กลับห้องพักนอนพักผ่อนดีกว่า........ขอยาธาตุน้ำขาวจากพี่ตุ๊กะว่าจะเอาไปกินบรรเทาอาการแน่นท้อง แต่ไปถึงห้องพักก็หลับสนิทเลย ตื่นมาประมาณเที่ยงคืนกะจะกินยาธาตุน้ำขาว....อยากจะร้องไห้ ที่กินไปตอนกลางวัน หมดเลยค่ะ.....แต่หลังจากนั้นอาการปวดหัวเมื่อตอนหัวค่ำหายสนิทเลย..........พักผ่อนเต็มที่ พร้อมเที่ยวพรุ่งนี้แล้ว

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตอนที่ 3 บันทึกการเดินทางฮ่องกง เซินเจ้น จูไห่ มาเก๊า วันที่ 8-12 ต.ค.55

บันทึกการเดินทางฮ่องกง เซินเจ้น จูไห่ มาเก๊า วันที่ 8-12 ต.ค.55

วันที่ 7-8 ตุลาคม 2555 เดินทางถึงสนามบินฮ่องกง
วันที่ 9 ตุลาคม 2555  โอซีทีอีสท์เซินเจิ้น มาบุญครองเชินเจิ้น 
วันที่ 10 ตุลาคม 2555   หวีหนี่ วัดไป๋เหลี่ยน ตลาดกงเป่ย จูไห่
วันที่ 11 ตุลาคม 2555 ร้านผ้าไหม ตลาดกงเป่ย มาเก๊า
วันที่ 12 ตุลาคม 2555 มาเก๊า ฮ่องกง

วันที่ 10 ตุลาคม 2555 วันนี้ก็ใช้สูตรเดิมค่ะ 6 7 8 ส่วนใหญ่ถ้าเดินทางกับครูพรรณี จะใช้สูตรนี้ตลอดครูพรรณีบอกว่าจะได้พักผ่อนเต็มที่ทำให้ทุกคนสดชื่นไม่เหนื่อย วันนี้เดินทางสู่จูไห่ ทุกคนเตรียมพร้อม Check Out โรงแรมเรียบร้อย เก็บภาพถ่ายเป็นที่ระลึกก่อนเดินทางกันเล็กๆน้อยๆ





ระยะทางจากเซินเจ้น ถึงจูไห่ 64.71 Km ระหว่างทางก็แวะซื้อเครื่องดื่มกัน จริงๆก็ไม่ได้หิวหรือกค่ะ ซื้ออยากจะได้ใช้เงินหยวนบ้างล่ะ ตั้งแต่มาถึงเมือจีนยังไม่ได้ Shopping อะไรเลยนะนี่ ที่เชินเจ้นก็ไม่ได้ซื้ออะไร ต้องต่อรองราคาเยอะมาก แค่ช่วยต่อรองซื้อของให้พี่ๆ เหนื่อยมากๆกว่าจะได้ของซักชิ้น เอวันนี้เราจะได้ซื้ออะไรบ้างมั๊ยนะ เมืองจูไห่ เขตเศรษฐกิจพิเศษ 1 ใน 5 ของประเทศจีน "จูไห่" ได้รับยกย่องจากสหประช…

ท่องเที่ยวดาร์จีลิ่ง สิกขิม ประเทศอินเดีย ตอนที่ 1

ตอนที่ 1ตอนที่ 2ตอนที่ 3

ตอนที่ 1 เดินทางมา ดาร์จิลิ่ง  กังต๊อก ตอนที่ 2 กังต๊อก หมู่บ้านลาชุม หุบเขาชุมถัง ตอนที่ 3 กังต๊อก ทะเลสาบฌางโก เดินทางกลับ
วันที่ 2-10 พฤษภาคม 2558


สิกขิม Sikkim เป็นรัฐที่เล็กที่สุดรองจากรัฐกัวหรือโคอา ในประเทศอินเดีย มีพื้นที่ทั้งสิ้น 7,098 ตารางกิโลเมตร มีเมืองหลวงชื่อ กังต๊อก Gangtok สิกขิม มียอดเขาที่สูงที่สุดคือ ยอดเขาคันชังจุงก้า Khangchendzonga เดิมมีความสูงถึง 8,598 เมตร สูเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากยอดเขาเอเวอร์เรสที่สูง 8,848 เมตรและยอดเขาเคทูที่สูง 8,611เมตร
ตอนที่ 1 วันที่ 2-3 พฤษภาคม 2558  สุราษฎร์ธานี  กัลกัตตา บักโดรา ดาร์จิลิ่ง กังต๊อก เดินทางจากสนามบินนานาชาติสุราษฎร์ธานีโดยส่ยการบิน Thai Lion Air เที่ยวบิน JT 8567
 เครื่องดีเลย์เกือบชั่วโมง ได้ออกเดินทางประมาณ 17.50 น ถึงสนามบินดอนเมือง 19.00 น.ต่อด้วย Shuttle Bus. ไปสุวรรณภูมิ เที่ยวนี้คนไม่เยอะ อากาศก็ไม่ร้อน รถก็ไม่ติดไม่เหมือนคราวที่แล้วที่ไปเกาหลีอากาศร้อนแอร์ไม่เย็นแถมรถติดอีก  จากนั้นก็ไปพร้อมกันที่ชั้น 4 ประตู 5 ระหว่างนี้ก็ไปแลกเงินที่ธนาคารไทยพานิชย์ ได้ในอัตรา 1 รูปีเงินไทย 0.607 บาท แต่ถ…

ท่องเที่ยว ณ JEJU เกาหลีใต้

2-6 เมษายน 2558


เกาะเชจู เมืองมรดกโลก ที่องค์การ UNESCO ให้รางวัลเกาะเชจูเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติแห่งใหม่ของโลก The World's new 7 wonders of nature เพราะเกาะเชจูเป็นเกาะที่เกิดใหม่จากภูเขาไฟ
วันที่ 2 เมษายน 2558 ออกเดินทางจากบ้านตั้งแต่เวลาประมาณ 11.30 น.ใช้บริการ Driver กิตติมศักดิ์คนเดิมอีกเช่นเคย พี่ตุ๊พี่สาวที่น่ารักนั่นเองให้บริการทุกครั้งไม่เคยบ่น น่ารักจังพี่สาวเรา ถึงโรงเรียนสุราษฎร์พิทยา รอรับพี่สมชาย และน้องตี๋ เพื่อนร่วมเดินทางไป เจจู ทริปนี้ค่ะ สมาชิก 20 คนนำทีมโดยพี่ตู่กับพี่ยิ่งค่ะ บางส่วนก็เดินทางล่วงหน้าไปกทม.ก่อนแล้ว สำหรับคณะที่เดินทางวันนี้ นัดกันที่สนามบินสุราษฎร์ธานี เดินทางไปกรุงเทพมหานครด้วยเที่ยวบิน DD7213. Nok Air เวลา 14.20 ถึง กทม.เวลา 15.30 มีเวลาเหลือเฟือทัวร์นัดรวมพลกันเวลา 23.00 ตัดสินใจเดินทางด้วย Shuttle Bus ฟรี 

เจ้าหน้าที่ขอตั๋วพวกเราไม่มีแต่ใช้ตารางการเดินทางไปเกาหลีได้รถออกเวลา 16.00 น. ฟรีแต่ว่าร้อนมากๆ แต่ก็อดทนล่ะประหยัดค่า taxi ไปเกือบพันบาทเพราะถ้าเดินทางด้วย Taxi จะต้องใช้ 2 คัน ร้อนหน่อยก็ถือว่าคุ้มล่ะ ไปถึงสนามบินสุวรรณภูมิ …