วันพฤหัสบดีที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2560

ตอนที่ 6 เดินทางเลห์ ลาดักห์-นิวเดลลี ประเทศอินเดีย 7-15 เมษายน 2560 (14 เมษายน 2560 LEH)

ตอนที่ 6 เดินทางเลห์ ลาดักห์-นิวเดลลี ประเทศอินเดีย 7-15 เมษายน 2560 (14 เมษายน 2560 เลห์-เดลลี -สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง - สุราษฎร์ธานี)

ตอนที่ 1  ตอนที่ 2  ตอนที่ 3  ตอนที่ 4  ตอนที่ 5  ตอนที่ 6

14 เมษายน 2560
เช้านี้นัดพร้อมกัน 05.30 น.เดินทางไปสนามบินเมืองเลห์ ขั้นตอนการผ่านแต่ละจุดตรวจเข้มมากๆ
- ด่านแรกก็คือก่อนที่จะเข้าประตูอาคารขาออกก่อนที่จะไป Checkin ที่สายการบิน Jet Airways เที่ยวบินที่ 9W 2369  มีเจ้าหน้าที่ตรวจรายชื่อจากตั๋วพร้อมแสดง Passport 
- หลังจากนั้นก็จะ Scan สัมภาระทั้งหมดทั้งกระเป๋าใบเล็ก ที่จะถือขึ้นเครื่อง และกระเป๋าที่จะโหลดใต้ท้องเครื่อง เจ้าหน้าที่จะคัดแยกว่ากระเป๋าที่ต้องโหลดใต้ท้องเครื่องเค้าจะติดสติกเกอร์ที่กระเป๋า ถ้าเป็นกระเป๋าที่ถือขึ้นเครื่อง หรือกระเป๋าใบเล็ก เค้าจะแขวน Tag ให้ (Tag หายไม่ได้นะคะจะต้องใช้ตลอดจนขึ้นเครื่อง ตรวจสอบด้วยว่ากระเป๋าที่จะถือขึ้นเครื่องมี Tag ติดครบทุกใบหรือป่าว เรื่องนี้สำคัญ ไม่งั้นจะโดนไล่ให้ไปทำขั้นตอน Scan กระเป๋าใหม่)
- Checkin เพื่อรับ Boarding Pass และโหลดกระเป๋าใต้ท้องเครื่อง ขอย้ำนะคะว่ากระเป๋าที่ติดสติกเกอร์ที่ซิบเปิด ปิด ต้องโหลดใต้ท้องเครื่องเท่านั้น
- Scan กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง และของที่ติดตัวอย่างเข้มอีกครั้ง ขั้นตอนนี้เค้าจะประทับตราที่ Tag ติดกระเป๋า ถ้าใส่เสื้อโค๊ดต้องถอดด้วยนะคะ เค้าแยกช่องชายหญิง ถือ Passport และ Boarding Pass เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประทับตราด้วย
-หลังจากนั้นให้เดินไปตรวจกระเป๋าของเราก่อนที่เจ้าหน้าที่จะขนกระเป๋าขึ้นเครื่อง
-ก่อนผ่านประตูเดินไปขึ้นเครื่อง ก็จะมีเจ้าหน้าที่ตรวจ Tag ที่ติดกระเป๋า และตรวจสัมภาระและตัวผู้โดยสารอีกครั้ง
- สุดท้ายที่บันไดขึ้นเครื่องมีเจ้าหน้าที่ตรวจ Tag กระเป๋า และ ตรวจ Boarding Pass ก่อนขึ้นเครื่องอีกครั้ง
หลายขั้นตอนมากๆๆๆๆเหนื่อยเลยกว่าจะผ่านด่านได้.......นั่งสายการบิน Jet Airways เป็นแบบ Full Service มีบริการอาหารด้วย ใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึงสนามบิน นานาชาติอินทิรา คานธี เมือง
นิวเดลี

รถที่พี่ตู่ติดต่อไว้มารับที่สนามบิน มีปัญหานิดหน่อยที่พักงานขับรถและเด็กรถพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ เพื่อความชัดเจนแต่ละอย่างพี่ตู่จะต้องเขียนข้อความกำกับตลอดเลยโดยเฉพาะเวลานัดต่างๆ กำหนดสถานที่เที่ยวในวันนี้




จุดแรกที่ไปวันนี้ คือ กุตุปมินาร์ (Qutub Minar) กุตุปมินาร์เป็นหอคอยโบราณที่มีความสวยงามมาก ข้างในหอคอยไม่ทึบ โปร่งโล่งกลวง มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 47 ฟุต ยอดหอคอยมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 9 ฟุต มีบันไดขึ้นชมวิวทั้งหมด 379 ขั้น และในแต่ละชั้นมีมุขระเบียงเอาไว้ชมวิวในระดับต่าง ๆ ด้วย หอคอยนี้อยู่ห่างออกจากตัวเมืองเดลีไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ประมาณ 25 กิโลเมตร บริเวณโดยรอบกุตุปมินาร์มีการก่อสร้างอาคารบ้านเมืองอย่างหนาแน่น ซึ่งถ้ามองจากอาคารที่ปรากฎในปัจจุบันนับว่า ในสมัยก่อนเมืองที่สร้างรอบ ๆ ตัวกุตุปมินาร์นี้คงมีการออกแบบทั้งเพื่อความสวยงามและเพื่อป้องกันอันตรายด้วย ที่กล่าวเช่นนี้จะเห็นจากการสร้างคูน้ำรอบตัวเมืองที่เป็นที่สำหรับพักอาศัยรอบ ๆ กุตุปมินาร์ และเมืองนี้ยังมีโบราณวัตถุอื่น ๆ อีก เช่น มัสยิดในศาสนาอิสลาม เป็นต้น





ตัวสำหรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศคนละ 250 รูปี แต่ถ้าใช้ passport  ไทยยื่นซื้อตั๋วจะได้ราคาคนอินเดียคือคนละ 30 รูปี ประหยัดเงินไปเยอะนะนี่



















รับประทานอาหารกลางวันที่ร้าน ELHI ARBAR Restaurant อาหารรสเข้มข้น อร่อยดี เป็นข้าวผัดเครื่องเทศไก่ทอด มีเครื่องเคียมทำให้รสชาดอาหารดีขึ้น ชุดนึงกิน 2 คน ราคาอาหารค่อนข้างสูงประมาณ 300 บาท ดีที่อากาศเย็นสบาย ห้องน้ำสะอาด มี Wifi ให้ใช้ฟรี








บริเวณใกล้ๆกับร้านอาหารมีร้านตัดผมแบบโบราณด้วย






จุดที่สองก็คือ วัดบาไฮ เป็นที่รู้จักในนามว่าวัดดอกบัว (Lotus Temple) เป็นสถาปัตยกรรมที่นำสมัยมากที่สุดชิ้นหนึ่งของกรุงนิวเดลี โดยมีลักษณะเป็นรูปดอกบัวบาน ซึ่งประกอบด้วยใบบัวหินอ่อนจำนวน 27 กลีบ อาคารใหญ่โตนี้ล้อมรอบด้วยสระน้ำจำนวนถึง 9 สระ และสนามหญ้าที่ได้รับการดูแลอย่างดีและมีขนาดกว้างใหญ่ถึงประมาณ 67.5 ไร่ อากาศร้อนมาก คนก็เข้ามาชมมากเช่นกัน ขอชมด้านนอกล่ะ ไม่เดินเข้าไปด้านในแล้วล่ะ มีพี่ๆส่วนนึงอยากรู้ว่ามีอะไรในดอกบัวบ้างก็เดินไปดู พี่ๆเค้าบอกว่ายังไม่ค่อยมีอะไร เค้าคงกำลังพัฒนาอยู่  ขอออกไปรอด้านหน้าวัดดีกว่า










ด้านหน้าวัดดูวุ่นวายมากเลยต่าง Leh โดยสิ้นเชิงที่โน่นดูสงบ เรียบง่าย สายๆ ที่นี่จะมีขายทั้งร้านค้า รถเข็น และเดินขาย เครื่องดื่ม ของกิน ของที่ระลึก หนังสือ อากาศร้อนมากแต่เพื่อความปลอดภัยควรดื่มน้ำที่เตรียมมาดีที่สุดจะได้ไม่เสี่ยงต่อท้องเสีย .....ย้ำอีกนะคะ น้ำดื่มควรมีติดตัวตลอดเลยนะคะ อากาศร้อนมากๆๆๆๆ น้าวัชซื้อหนังสือท่องเที่ยวเดลีมาเล่มนึง....


จุดที่สาม สุสานหุมายุน (Humayun's Tomb)  สุสานแบบสวนของจักรพรรดิในศตวรรษที่ 16 แห่งนี้สร้างขึ้นเก้าปีหลังจากพระจักรพรรดิสิ้นพระชนม์ และนับเป็นตัวอย่างแรกๆ ของสถาปัตยกรรมแบบโมกุลที่ใช้หินทรายสีแดงและหินอ่อน สุสานหุมายุนในนิวเดลีเป็นตัวอย่างแรกที่เด่นชัดของสถาปัตยกรรมแบบโมกุลในอินเดีย การก่อสร้างสถานที่แห่งนี้เริ่มต้นขึ้นเก้าปีหลังจากพระจักรพรรดิทรงสิ้นพระชนม์ในช่วงทศวรรษของปี 1500 และดำเนินงานโดยพระมเหสีหม้ายของพระองค์คือ Hamida Banu Begam ปัจจุบัน สุสานแห่งนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกที่ได้รับการปกป้องโดยสากล



ตัวสำหรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศคนละ 500 รูปี แต่ถ้าใช้ passport  ไทยยื่นซื้อตั๋วจะได้ราคาคนอินเดียคือคนละ 30 รูปี 














จุดที่สี่ Dilli Haat  เป็นสถานที่ขายของคล้ายๆถนนคนเดินแต่ที่นี่ต้องจ่ายเงินค่าเข้า สถานที่ท่องเที่ยวในอินเดีย จะต้องจ่ายเงินค่าเข้า 30 รูปี แต่เราถ่ายเอกสารที่รัฐบาลอินเดียฉลองความสัมพันธ์ไทย อินเดีย จะจ่าย 30 รูปีเท่าคนอินเดีย ไม่ต้องจ่ายอัตราคนต่างชาติ 500 รูปี (ข้อมูลจาก อ.วัชรินทร์ ไชยนาเคนทร์) สินค้าจะคล้ายๆกัน อากาศร้อนมากด้วยเดินชมสินค้าไม่สนุกเลย ได้โอกาสเข้าร้านขายของที่ระลึกที่มีเครื่องปรับอากาศเลยอยู่นานหน่อย สุดท้ายตัดสินใจซื้อกระป๋องออมสินทำด้วยหนังเป็นรูปช้าง น้องพลอยเลือกรูปแมว  พอจะได้เป็นที่ระลึกว่าได้ซื้อจาก Dilli Haat
















จากนั้นก็ไปยังที่พัก Fab Hotel Transit Delhi Airport https://www.fabhotels.com/hotels-in-new-delhi/fabhotel-transit-delhi-airport.html โรงแรมเดิมที่พักเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2560 ติดใจห้องพักเงียบๆน่าอยู่เชียวล่ะ อินเทอร์เน็ตเร็วมาก...แต่ที่นี่พนักงานจะมาเซ็ตอินเทอร์เน็ตในมือถือให้เรา
พักผ่อนและเตรียมสัมภาระเพื่อเดินทางกลับเมืองไทยพรุ่งนี้ ต้องออกเดินทางไปสนามบินนานาชาติ
อินทิราคานธี เมืองนิวเดลี ตั้งแต่ 03.00 น.เวลา 04.55 น. เดินทางไปสนามบินนานาชาติเนทาจิ ซับฮาส จันทราโบเซ เมืองโกลกัตตา (ต้องตรวจสอบให้ดีนะคะที่นิวเดลี มี 3 Terminal 1,2 อยู่ใกล้กัน ส่วน Terminal 3 เป็น Terminal ใหม่จะอยู่ห่างออกไป) เวลา 07.15 น.โดยสายการบิน IndiGO เที่ยวบินที่ 6E-282 เค้า Checkin ทีละคนแต่ดีหน่อยกระเป๋าเค้าเช็ตให้ 2 ตอน เราไปรับที่สนามบินสุวรรณภูมิเลยทีเดียว จากสนามบินนานาชาติเนทาจิ ซับฮาส จันทราโบเซ เมืองโกลกัตตา (ที่สนามบินที่นี่ทั้ง Domestic และ International อยู่อาคารเดียวกันเมื่อขึ้นบันไดเลื่อนทางซ้ายมือเป็น Domestic ทางขวามือเป็น International ) เวลา 10.50 น. มีเวลาที่สนามบินพอสมควร หวังว่าจะได้ Shopping และทานอาหารกลางวันที่สนามบินให้เรียบร้อยก่อนขึ้นเครื่อง  ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพ 14.40 น. ต้องรีบทำเวลากันอย่างรวดเร็วเพื่อขึ้น Shuttle Bus ไปสนามบินดอนเมือง เพื่อเดินทางด้วยสายการบินไลออนแอร์ กลับสุราษฎร์ธานี โดยสวัสดิภาพ...............









ตอนที่ 5 เดินทาง 3 แคว้นแดนอินเดีย (จ๊อดปูร์ จัยปูร์ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง สุราษฎร์ธานี) 14-16 กรกฎาคม 2560

ตอนที่ 5 การเดินทาง 3 แคว้น แดนอินเดีย (จ๊อดปูร์ จัยปูร์ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง สุราษฎร์ธานี) 14-16 กรกฎาคม 2560 ส่วนนำ    ตอนที่ 1    ตอนที่...