วันอังคารที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2560

ตอนที่ 5 เดินทาง 3 แคว้นแดนอินเดีย (จ๊อดปูร์ จัยปูร์ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง สุราษฎร์ธานี) 14-16 กรกฎาคม 2560

ตอนที่ 5 การเดินทาง 3 แคว้น แดนอินเดีย (จ๊อดปูร์ จัยปูร์ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง สุราษฎร์ธานี) 14-16 กรกฎาคม 2560

ส่วนนำ  ตอนที่ 1  ตอนที่ 2  ตอนที่ 3  ตอนที่ 4  ตอนที่ 5

ออกเดินทางโดยรถ Mini Bus 12 ที่นั่ง จากเมือง Jodhpurไปเมือง Jaipur ระยะทาง 338 กม.ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง

Jaipur : The Pink City

Jaipur เป็นเมืองใหญ่ที่สุดทางตอนเหนือของอินเดียและยังเป็นเมืองหลวงของแคว้นราชาสถาน เมืองนี้ได้รับขนานนามว่า Pink City หรือเมืองสีชมพูเพราะว่าในปี 1876 Prince Edward VII, Prince of Wales แห่งสหราชอาณาจักรได้เสด็จพระราชดำเนินเยือน Jaipur และเพื่อเป็นการต้อนรับแขกพิเศษ Sawa Ram Singh มหาราชาของ Jaipur ในยุคนั้นได้มีคำสั่งให้ทาสีเมืองเป็นสีชมพูจนถึงทุกวันนี้และนั่นคือที่มาของ Pink City





ระหว่างทางที่ไปจัยปูร์ขอเล่าด้วยภาพนะคะ





แวะรับประทานอาหารกลางวัน ทีร้านค้าเค้ามีสินค้าขายหลายอย่าง Shopping ระหว่างรออาหาร มาที่อินเดียครั้งนี้พยายามระวังเรื่องการกินอาหารมากถึงมากที่สุดจะกินตามร้านหรือโรงแรมเท่านั้น ทำความสะอาดภาชนะต่างๆ กระดาษเปียกสำหรับทำความสะอาดมือ เข้าร้านนี้รู้สึกว่าแมลงวันมาบินวนๆอยู่กลัวจังเลย








หลังทางอาหารกลางวัน ก็เริ่มมีอาการท้องไม่ค่อยปกติกันแล้วล่ะ 

เข้าพักที่ Umail Bhawan - Heritage Style Hotel

ที่อยู่: D1-2A, Behind Collectorate, Via Bank Road, Bani Park, Jaipur, Rajasthan 302016 อินเดีย
โทรศัพท์: +91 141 231 6184 โรงแรมอยู่ในซอย กว่าพวกเราจะมาถึงที่นี่ โชว์เฟอร์ก็ต้องถามทางมาตลอด โรงแรมเข้ามาลึกซักหน่อย  ทางเข้าโรงแรมค่อนข้างแคบ ดูจากด้านหน้าก็ธรรมดาๆ แต่พอเข้าไปด้านใน ว๊าวววว ตระการตามาก ตกแต่งได้สวยมาก ที่แปลกอีกอย่างก็คือลิฟต์ ไม่เหมือนที่เราเคยใช้ ประตูเปิดจะคล้ายๆกับประตูเหล็ก ครั้งแรกก็ไปยืนรอลิฟต์แบบงงๆ ไม่ทราบว่าจะต้องเปิดประตูเองจึงจะเข้าไปได้ เสียดายไม่ได้ถ่ายภาพลิฟต์ รู้สึกว่า อ.เบญจะถ่ายภาพไว้เดี๋ยวต้องขอมาลงในนี้ดีกว่า






















Check in โรงแรมเรียบร้อยก็ออกไปชมเมืองสีชมพู

City Palace, Jaipur

วังนี้ถูกสร้างขึ้นในปี 1729 โดยมหาราชาแห่ง Jaipur โดยปัจจุบันเชื้อพระวงศ์ที่สืบทอดเชื้อสายกันมาก็ยังคงประทับอยู่กัน 6 พระองค์พร้อมข้าทาสบริวารที่คอยรับใช้อีก 120 คน ต้องบอกว่าสีสันของวังนี้สวยมากๆ โดยเฉพาะจะมี square หนึ่งในวังนี้ที่จะประกอบด้วยประตู 4 ด้าน ซึ่งแต่ละประตูประกอบด้วยกระเบื้องหลากสีที่สวยงามตระการตามากในเรื่องราวเดียวกันแต่ดีไซน์ที่แตกต่างกัน



















บริเวณด้านนอก City Palace พยายามหาว่าเมืองสีชมพูอยู่ตรงไหน สรุปว่าเป็นตึกที่สีอิฐ นี่แหละเมืองสีชมพู รอบๆพระราชวังจะมีร้านขายสินค้ามากมาย ไม่ค่อยชอยเลยที่คนขายออกมายืนหน้าร้านแล้วเรียกให้เราเข้าไปซื้อของในร้าน ดูน่ากลัวยังไงก็ไม่รู้ เค้าจะติดป้ายหน้าร้านราคาถูกๆ แต่พอเข้าไปในร้านจะหยิบของราคาแพงออกมาขาย หยิบชิ้นโน่นชิ้นนี่ รวม 2 ชิ้น 3 ชิ้น เดี๋ยวเราก็จะงงกลายเป็นซื้อของแพงซะงั้น แนะนำว่าต่อรองราคาเยอะๆ และซื้อชิ้นเดียว อย่าซื้อทีละหลายชิ้น เดี๋ยวค่อยไปซื้อร้านอื่นอีก








ถ่ายภาพ City Palace จาก Wind View Cafe ชมพระราชวังสายลม










รับประทานอาหารเย็นที่โรงแรม มีรายการแสดงด้วยเค้าจะชวนแขกร่วมเต้นกับเค้าด้วยคณะเรานำทีมโดยน้าวัช..และคณะ ร่วมเต้นกับเค้าสนุกเลยล่ะ









สังเกตอาหารนะคะตั้งแต่วันแรกที่มาถึงจนถึงวันนี้เมนูจะคล้ายๆ ที่มีเกือบทุกมื้อก็คือเมนูไก่ทอด ต้องมีมะนาวและหอมซอยด้วย และไข่เจียว...555 อร่อยมาก

ทานอาหารอิ่มแล้วปัญหาอีกอย่างก็คือทางเดินวกวนมาก กว่าจะกลับห้องได้ ฮือออ อยากจะร้องไห้ แถมคืนนี้ฝนตกด้วย ทางเดินเปียกกลัวจะลื่นล้มอีก...อ้อ คืนนี้พี่แจ้ไม่ได้มาทานอาหารพร้อมพวกเรา เอ๊ดสั่งข้าวต้มให้ไปส่งที่ห้อง...พี่แจ้ไม่ค่อยสบายซะแล้ว...




บรรยากาศในห้องพักสวยงามมากและกว้างขวาง มีโซนนั่งเล่นด้วย กว่าจะได้นอนคืนนี้เก็บภาพความสวยงามของห้องพักและเตรียมจัดกระเป๋า พรุ่งนี้ะต้อง Check out แล้วล่ะ
















ทานอาการเช้าที่โรงแรม หลังจาก Check Out พี่แจ้ยอมให้พาไปโรงพยาบาล ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงแรม
Dr.Panicker's SANJEEVANI HOSPITAL Pvt.Ltd. ดีนะที่เด็กๆภาษาเค้าดีช่วยได้เยอะ หมอให้พักอยู่โรงพยาบาลเพราะต้องให้น้ำเกลือค่อยมารับประมาณห้าโมงเย็น พี่อรัญอยู่ดูแลพี่แจ้ที่โรงพยาบาล




โปรดสังเกตโทรศัพท์รุ่นนี้ยังมีใช้อยู่นะคะ

จุดแรกของวันนี้ก็คือ Amber Fort เป็นพระราชวังของมหาราชา เป็นวังเดิมก่อนที่ราชวงศ์จะมีการย้ายไปประทับที่ City Palace การขึ้นไปที่ Amber Fort จะเดินขึ้นไปจากด้านหน้า หรือจะนั่งรถขึ้นไปก็ได้มีรถรับจ้างต้องต่อรองราคาด้วยนะคะ คณะพวกเรามีส่วนนึงเดินขึ้น อีกส่วนนั่งรถขึ้นไป



























































จุดที่สองคือ พระราชวังกลางน้ำ จาร์ มาฮาล สถาปัตยกรรมอลังการแห่งอินเดีย
พระราชวังจาร์ มาฮาล ก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่น่าเหลือเชื่อที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่ายังมีอยู่ เพราะที่นี่คือสถาปัตยกรรมอันงดงามตั้งอยู่กลางทะเลสาบแมนซาการ์ ตั้งอยู่ในเขตเมืองชัยปุระ ณ ประเทศอินเดีย
พระราชวังถูกสร้างครั้งแรกเพื่อจุดประสงค์เป็นที่พักผ่อนตากอากาศของพระราชา เพื่อเสด็จล่าสัตว์ ในบริเวณดังกล่าว แต่ในช่วงศตวรรษที่ 18 กษัตริย์แห่งอาร์เมอร์ได้ตัดสินใจสร้างเขื่อนล้อมรอบระหว่างภูเขาเพื่อป้องกันน้ำท่วม และตอนนั้นเองที่ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจนท่วมส่วนหนึ่งของพระราชวัง












รับประทานอาหารกลางวัน









แวะมาที่ City Palace อีกครั้งเดินชมตลาดกัน วันนี้เราไม่เดินหน้าพระราชวัง แต่ข้ามถนนไปเดินอีกด้าน เป็นสินค้าของชาวบ้าน ราคาไม่แพง 
















มีเวลาเหลือพอสมควรไปเที่ยวที่ห้างสรรพสินค้าทานไอศครีม และ Shopping กันอย่างรวดเร็ว
รับพี่แจ้ที่โรงพยาบาลและไปสนามบินจัยปูร์ เดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบินไทยสมาย สนามบินที่นี่มีของขายน้อยจัง คิดว่าจะมาละลายทรัพย์ที่นี่ซักหน่อยเงินรูปีเหลืออยู่เยอะเลยไม่แลกคืนเก็บไว้มาใช้ครั้งต่อไปดีกว่า 555







ถึงสุวรรณภูมิ นั่ง Shuttle Bus ไปสนามบินดอนเมือง จากสนามบินดอนเมืองไปสนามบินสุราษฎร์ธานี โดยสายการบิน Nok Air....กลับถึงสุราษฎร์ธานีโดยสวัสดิภาพ.....